ถ้ำพุงช้าง

ถ้ำพุงช้าง ตั้งอยู่ใต้เขาช้าง ในบริเวณเดียวกับ“วัดประพาสประจิมเขต” หรือ วัด “ถ้ำพุงช้าง” หลังศาลากลางจังหวัด ถ.เพชรเกษม อ.เมือง จ.พังงา       

ปัจจุบันถ้ำพุงช้างเปิดให้เที่ยวชมภายในเพียงส่วนหนึ่ง โดยมีเอกชนมารับสัมปทานทำการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว  

ถ้ำพุงช้างที่เปิดให้เที่ยวชมมีความยาวประมาณ 1,200 เมตร ใช้เวลาเที่ยวภายในประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง สำหรับการเข้าไปเที่ยวชมภายในถ้ำพุงช้าง ก่อนเข้าถ้ำทางเจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ไปสักการะ “พ่อตาเขาช้าง” ที่ “ศาลพ่อตาเขาช้าง” ที่ประดิษฐานอยู่ใต้หินชะง่อนเขาใกล้กับปากทางเข้า

พ่อตาเขาช้างเป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธ์คู่เมืองพังงาที่มีคนรำช้างจำลองมาแก้บนกันเป็นจำนวนมาก วางเรียงรายเป็นแถวเป็นแนวอยู่ริมศาล เมื่อไหว้พ่อตาเขาช้างเสริมสร้างสิริมงคลกันแล้ว ก็ได้เวลาเข้าถ้ำมุดพุงช้าง ซึ่งความที่ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำน้ำลอดที่มีธารน้ำตื้นไหลเย็นฉ่ำอยู่ภายใน

ช่วงแรกของการเที่ยวถ้ำ เราจึงต้องนั่งเรือคายัคเข้าไประหว่างทางช่วงแรกถ้ำพุงช้างจะทักทายเราด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา ขณะที่บนเพดานถ้ำช่วงหนึ่งก็จะเต็มไปด้วยค้างคาวที่เกาะห้อยหัวลงมา

จากนั้นเราต้องลงคายัคเพื่อไปนั่งแพไม้ไผ่ต่อ(เนื่องจากเป็นพื้นที่แคบ ไม่สะดวกต่อการ(วาด)พายเรือคายัค) ufabetแล้วจึงเป็นการลงเดินเท้าลุยน้ำที่ถือเป็นการเที่ยวชมถ้ำอย่างเป็นทางการ หรับสายน้ำที่ไหลเย็นในนี้ตื้นประมาณตาตุ่มถึงครึ่งหน้าแข้ง ส่วนในช่วงที่ลงเดินอากาศภายในถ้ำก็ถ่ายเท

มีลมพัดเย็นสบายเนื่องจากเป็นถ้ำทะลุมีลมพัดผ่านตลอด นอกจากนี้ในลำธารน้ำก็ยังมีปลา มีเต่า(หากโชคดี)ให้ชมกัน ปลา เต่า บางส่วนพวกมันมาเองตามธรรมชาติจากสายน้ำที่พัดพามาและก็ออกไปเองตามธรรมชาติจากสายน้ำเช่นกัน ส่วนที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติก็คือที่นี่ยังมีคนบางคนนำสัตว์มาปล่อยอย่าง ปลาคาร์ป ปลาไหล ที่สัตว์พวกนี้สุ่มเสี่ยงต่อการตายมาก เพราะไม่ใช่ระบบนิเวศตามธรรมชาติของมัน

เกาะสุรินทร์ใต้

เกาะสุรินทร์ใต้ เป็นเกาะที่มี ชุมชนชาวเล ตั้งอยู่ชาวเลหรือมอแกนเป็นชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะของทะเลอันดามันตั้งแต่ประเทศอินเดีย เรื่อยไปจนถึงประเทศอินโดนีเซียชาวเลเป็นชนเผ่าที่มีวิถีการดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม หาเลี้ยงชีพโดยงมหอยแทงปลา

โดยใน ช่วงฤดูฝนมรสุมระหว่างเดือนพฤษภาคม พฤศจิกายนชาวเลจะอาศัยอยู่บนเรือที่เปรียบเสมือนบ้าน แต่พอถึงช่วงระหว่างเดือนธันวาคม -เมษายน ชาวเลจะเปลี่ยนที่มาอาศัยอยู่บนบกที่มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ชาวเลไม่มีภาษาเขียน บางคนพูดภาษายาวีและภาษาไทยได้บ้างการนับเวลาจะสังเกตจากดวงจันทร์ufa

บริเวณหมู่เกาะเหล่านี้เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการพัฒนาของแนวปะการัง คือ น้ำใส อุณหภูมิพอเหมาะ และมีการผสมผสานของน้ำที่ได้รับสารอาหารจากมวลน้ำเบื้องล่างที่ปะทะเกาะ ความอุดมสมบูรณ์ของแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นอาหารสำหรับปลาและสัตว์อื่นๆ

ศูนย์วัฒนธรรม จังหวัดกาญจนบุรี

ศูนย์วัฒนธรรม จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 14 ถนนสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ เป็นสถานที่ รวบรวม สงวน รักษา ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และจัดแสดงวัตถุทางวัฒนธรรม

ซึ่งเป็นหลักฐานที่มีความสำคัญต่อการศึกษาเกี่ยวกับภูมิปัญญา วิถีชีวิตในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เหตุการณ์สำคัญทางสงคราม และมีวัตถุที่ใช้ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ที่นี่นับเป็นแหล่งรวบรวมวัตถุโบราณและของเก่าที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนกาญจนบุรี ภายในศูนย์วัฒนธรรมแบ่งห้องจัดแสดงเป็นสองชั้น ชั้นล่างเป็นสถานที่ที่ใช้จัดแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องมือเครื่องใช้ในการจับปลา

ส่วนชั้นบนคือแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ผ่านห้องต่างๆ ที่มีทั้งห้องประวัติศาสตร์ ห้องศาสนาและประเพณีซึ่งมีหนังสือไทยโบราณและศิลปะวัตถุล้ำค่าufa เมื่อออกมาด้านนอก บริเวณด้านข้างจะพบกับหลุมขุดค้นทาง ประวัติศาสตร์สำหรับผู้สนใจศึกษาด้านโบราณคดี

เป็นศูนย์กลางในการอนุรักษ์และจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมเป็นแหล่งเรียนรู้ความเป็นอยู่และวิถีชีวิต ของจังหวัดกาญจนบุรี จัดแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ เครื่องมือในการจับปลา มีห้องประวัติศาสตร์ห้องศาสนาและประเพณี มีหนังสือไทยโบราณและศิลปวัตถุต่างๆ

วัดวังก์วิเวการาม

วัดวังก์วิเวการาม หรือที่มักเรียกกันโดยทั่วไปว่า “วัดหลวงพ่ออุตตมะ” นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอสังขละบุรีแล้ว ยังเป็นวัดที่ถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับคนพื้นถิ่น และเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี ทั้งชาวไทย และกะเหรี่ยง

โดยเฉพาะสำหรับชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่เปรียบหลวงพ่ออุตตมะเป็น “เทพเจ้าแห่งชาวมอญ” วัดวังก์วิเวการาม จึงเกิดจากพลังศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อ และเป็นวัดที่เคยเป็นที่จำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” วัดจึงเป็นเสมือนตัวแทนหลวงพ่อ และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวมอญ

ในการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของมอญ และจัดงานอื่นๆ เช่นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงานคล้ายวันเกิดของหลวงพ่ออุตตมะ มีงานกิจกรรมต่างๆ พิธีกรรมทางศาสนา งานแข่งขันชกมวยคาดเชือก การแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่นการรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และมีการแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมชาวไทยรามัญ

เริ่มก่อสร้าง พ.ศ. 2518 แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2529 สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ยาวประมาณ 900 เมตร เมื่อ พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์

ซึ่งเมื่อกักเก็บน้ำแล้ว น้ำในเขื่อนเขาแหลมจะท่วมตัวอำเภอเก่ารวมทั้งบริเวณหมู่บ้านชาวมอญทั้งหมด ทางวัดจึงได้ย้ายมาอยู่บนเนินเขาในที่ปัจจุบัน หลวงพ่ออุตตมะได้จัดสรรที่ดินของวัดวังก์วิเวการามให้ชาวบ้านครอบครัวละ 30 ตารางวา ปัจจุบันหมู่บ้านชาวมอญมีพื้นที่ราว 1,000 ไร่เศษ มีผู้อาศัยราว 1,000 หลังคาเรือน

ชาวบ้านเกือบทั้งหมดจัดเป็นผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าซึ่งไม่มีบัตรประชาชน หาเลี้ยงชีพโดยการปลูกพืชผักสวนครัวตามชายน้ำ ทำประมงชายฝั่ง คนหนุ่มสาวส่วนหนึ่งนิยมเป็นลูกจ้างในโรงงานเย็บเสื้อที่อยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้าน ส่วนบริเวณวัดหลวงพ่ออุตตมะเดิม ปัจจุบันพระอุโบสถหลังเก่าจมอยู่ใต้น้ำ และมีชื่อเสียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen Thailand ufaเป็นที่รู้จักในชื่อว่า วัดใต้น้ำ สังขละบุรี

เมืองบาดาล

เมืองบาดาล ในช่วงหน้าแล้ง ช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม น้ำในแม่น้ำลดลงมากจนสามารถเดินเข้าไปในโบสถ์เก่าได้ สิ่งที่เหลือไว้ให้เห็น เป็นส่วนของกำแพงด้านนอกโบสถ์ ตัวโบสถ์เหลือเพียงผนัง ไม่มีส่วนหลังคาโบสถ์ให้เห็น

ภายในผนังโบสถ์ยังมีให้เห็นลวดลายศิลปะแบบมอญหลงเหลือให้เห็น เป็นลายซุ้มองค์พระพุทธรูปอยู่ตามผนัง แต่เดิมมีทั้งหมด 2500 องค์ แต่ก็มีหลายส่วนที่หลุดหายออกไปเพราะโดนน้ำเซาะบ้าง หลุดหล่นลงมาแตกบ้าง ช่องประตูหน้าต่าง ยังเห็นร่องรอยกรอบของซุ้มประตูหน้าต่างเป็นลวดลายปราสาทยอดแหลม ด้านหน้าโบสถ์ยังเหลือส่วนที่เคยเป็นบันไดทางขึ้น ส่วนซุ้มประตูทางเข้าเขตอุโบสถ มีให้เห็นเพียงซุ้มประตูบางด้าน บริเวณด้านนอกโบสถ์จะเห็นเศียรพระหักวางไว้ ส่วนภายในมีรูปถ่ายหลวงพ่ออุตตมะให้นักท่องเที่ยวได้สักการะบูชา ซึ่งจะมีเด็กๆ ชาวมอญคอยเดินขายดอกไม้ และคอยเป็นไกด์ให้ด้วย

ช่วงหน้าหนาว หรือหลังฤดูฝน การชมวัดใต้น้ำทำได้เพียงล่องเรือไปในบริเวณใกล้กับโบสถ์ ซึ่งอาจจะเห็นผนังโบสถ์บางส่วนโผล่พ้นน้ำ หรือในฤดูน้ำมากก็อาจไม่เห็นเลย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบางคนจัดเป็นทริปดำน้ำเพื่อดูโบสถ์ใต้น้ำก็มี

วัดวังก์วิเวการามเดิมนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2498 ufabetเป็นวัดที่เกิดจากพลังความเลื่อมใสศรัทธาต่อหลวงพ่ออุตตมะ จุดที่ตั้งของวัดนี้ อยู่ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ คือบริเวณเนินที่มีแม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำบิคลี่ ซองกาเลีย และรันตี มารวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย

ในปี พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีโครงการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อเขื่อนเขาแหลม เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเก็บกักน้ำหลังเขื่อนแล้ว ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนท่วมตัวอำเภอเก่า ในพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ หมู่บ้านชาวมอญอีกกว่า 1,000 หลังคาเรือน รวมถึงวัดวังก์วิเวการามเดิม ทางการจึงได้อพยพชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ออกจากบริเวณที่น้ำท่วม และย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขาด้านฝั่งตะวันตกของลำน้ำแควน้อยในปัจจุบัน บริเวณวัดเดิม ถูกปล่อยให้จมอยู่ใต้น้ำ เป็นที่รู้จักกันในนามของ “วัดใต้น้ำ” หรือ เมืองบาดาล ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในแบบ Unseen Thailand

พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า

พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า ตั้งอยู่ด้านข้างสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชน อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท ทีบีอาร์ซี จำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อจัดแสดงข้อมูลการสร้างทางรถไฟจากสถานี ชุมทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ไปยังสถานีธันบูซายัต ประเทศพม่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ภายในพิพิธภัณฑ์แสดงข้อมูลในการสร้างทางรถไฟ การวางแผนการก่อสร้าง เส้นทางลำเลียงคนงาน (เชลยศึก) ufaสภาพความเป็นอยู่และการดำเนินชีวิตของเชลยศึก การสิ้นสุดทางรถไฟ กล่องไฟแสดงการกระจายเชลยศึกไปยังจุดต่างๆ ในเอเชียของญี่ปุ่น แบบจำลองเส้นทางรถไฟจากสถานี
ชุมทางหนองปลาดุกถึงธันบูซายัต แบบจำลองการตัดภูเขาเพื่อสร้างทางรถไฟ แบบจำลองค่ายพักเชลยศึก
หุ่นเชลยศึกขนาดเท่าตัวจริง ห้องสำหรับชมวีดีโอและภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว


พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า จัดแสดงเรื่องราวตั้งแต่การเข้ามา ของทหารญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ออกแบบและเกณฑ์เชลยศึกมาร่วมกันก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ ระหว่างการสร้างมีผู้คนล้มตายกันเป็นจำนวนมากจึงได้ชื่อว่าทางรถไฟสายมรณะในปัจจุบันนอกจากนี้ยังจัดแสดงสภาพภูมิศาสตร์ของทางรถไฟ สภาพชีวิตในค่ายเชลยศึก ด้านการแพทย์ การทิ้งระเบิดและการทำลายทางรถไฟ รวมไปถึงเหตุการณ์หลังจากสงครามยุติ

ถ้ำน้ำตก

ถ้ำน้ำตก อุทยานแห่งชาติลำคลองงู เป็นสถานที่แอดแวนเจอร์ ที่มีการผจญภัยในป่า ทั้งเดินป่า ปีนเขา ว่ายน้ำ แม้กระทั่งกระโดดน้ำ พร้อมกับชมความสวยงามของหินงอกหินย้อยที่สูงท่ีสุดในโลก คือ 62.5 เมตร

มีพื้นที่เดิมเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระฤษี ป่าเขาบ่อแร่ และป่าน้ำโจน อยู่ในบริเวณเทือกเขาตะนาวศรีที่มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่ตำบลชะแล ตำบลท่าขนุน ตำบลสหกรณ์นิคม ในอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

โดยให้มีการสำรวจไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2537 ufaเพราะพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านป่าไม้ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ​ มีแหล่งธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งถ้ำในบริเวณลำคลองงู น้ำตก และความเป็นสภาพป่าที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ป่าที่สำคัญอื่นๆ

ถ้ำขุนไกร

ถ้ำขุนไกร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของตัวจังหวัด 2 ก.ม. นับเป็นแหล่งเรียนรู้ เขาถ้ำขุนไกร ดินแดนพิศวง

บ่ายๆ 14 พ.ย.2557 ขับรถไปเก็บภาพเทือกเขาถ้ำขุนไกร เพราะเมื่อสักห้าปีที่แล้วขับรถมาผ่านหน้าวิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี เจอพระหลวงตาแก่ๆ รูปหนึ่งเดินอยู่ จอดรถแล้วถามว่า “หลวงตาจะไปไหนผมจะไปส่ง” แล้วหลวงตาก็บอกทางเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกวังสารภีเข้าถนนเลี่ยงเมือง

(เส้นทางนี้จะไปออกแยกแก่งเสี้ยน ทางไปไทรโยค หรือศรีสวัสดิ์)ไปได้สักสามกิโลเมตร ก็จะถึงทางเข้าที่มีวัดหัวนาอยู่มุมทางเข้า เลี้ยวขวาตรงเข้าไป ระหว่างทางหลวงตาเล่าว่า เป็นคนเมืองกาญจน์แต่ไปอยู่วัดทางสุพรรณบุรี

จะมาหาโยมอุปัฏฐากเพื่อต้องการบริขารใหม่ ถามหลวงตาว่าทำไมไม่นั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้าง หลวงตาบอกว่ากลัว ขับรถจากทางแยกไปรู้สึกว่าไกลมาสัก 10 กิโลเมตรได้ ผ่านวัดถ้ำขุนไกร เป็นเทือกเขาที่มีถ้ำชื่อว่า “ถ้ำขุนไกร” ดังภาพหมายเลข 1 , 2 และ 3

ตามประวัติคือ นายไกร หรือต่อมาคือขุนไกรพ่อของขุนแผนเป็นพรานป่า มีถิ่นเกิดคือแถวเขาชนไก่ (สถานที่ฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหารในปัจจุบัน) เดิมทีก็มีวิชาอาคมอยู่แล้วเพราะเรียนมาจาก “หลวงตาบุญ”

วัดส้มใหญ่ (วัดเก่าแก่ใน ต.หนองขาว) ได้มาแถวป่าแห่งนี้ ฝนตกหนักจึงหลบเข้าถ้ำ เจอกับพระธุดงค์รูปหนึ่งชื่อ อาจารย์ “คง”ufabet (ต่อมารู้ว่าอาจารย์ “คง” เป็นเจ้าอาวาสวัดแค สุพรรณบุรี) คุยถูกอัธยาศัยกัน

จึงได้ร่ำเรียนวิชาอาคม ทำให้เป็นพรานที่มีชื่อเสียงว่าอาคมแก่กล้ามาก จนถูกตามตัวให้มารับราชการที่สุพรรณบุรี เป็น “ขุนไกร” คอยสู้รบกับพม่า ขุนแผนอายุได้สองขวบ “ขุนไกร” ต้องโทษถึงประหารชีวิต ยามเมื่อขุนแผนจะมาทำสงครามกับพม่า ก็จะมาตั้งศาลเพียงตาที่ถ้ำแห่งนี้

เมื่อเลย”ถ้ำขุนไกร” มาสักไม่มาก ยังไม่สุดเทือกเขาถ้ำขุนไกร หลวงตาชี้ไปทางเทือกเขาและชี้ให้ดูว่า (ภาพหมายเลข 1 จุดเกิดเหตุ 1 และภาพหมายเลข 5) แถวนี้มีเมืองลับแล สมัยเมื่อหลวงตายังเป็นฆาราวาสยังไม่ได้บวช ขึ้นไปบนเขา เหมือนมีคนขว้างอะไรข้ามหัวมาเกือบโดน ปรากฎว่าเป็น “เขาควาย” ขับรถไปสุดเขาต่อทางดินอีกสักหน่อยก็ถึงบ้านโยมอุปัฏฐากของหลวงตา

ไม่นึกว่าวันที่ขับรถมาเก็บภาพ จะมีเหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้น (ภาพหมายเลข 1 จุดเกิดเหตุ 2) เมื่อสองปีที่แล้วชาวบ้านเล่าว่า มีเด็กหนุ่มจากหนองขาวมาหาเพื่อนแถวๆ นี้ ถือปืนยาวเข้าไปในป่า เป็นป่าอีกด้านหนึ่งของเขาถ้ำขุนไกร แถวๆ วัดร้างเรียกว่า “วัดพุคอก” แต่ไม่ยอมกลับมา เพื่อนจึงออกตามหา มาเจอเอาตอนเช้ามึดจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล อยู่ในสภาพทิ้งเสื้อผ้า ทิ้งปืนแบบกระจัดกระจาย มีรอยเถือกบนพื้นดินเป็นแอ่งเหมือนจะดิ้นอย่างทุรนทุราย มารู้ภายหลังว่าเดินตามผู้หญิงผมยาวเข้าไปในป่า

อุทยานแห่งชาติทะเลบัน

อุทยานแห่งชาติทะเลบัน มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 196 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ป่าหัวกะหมิง ป่ากุปัง ป่าปุโล้ต และป่าควนบ่อน้ำ ในท้องที่ตำบลควนสตอ อำเภอควนโดน และตำบลเกตรี ตำบลบ้านควน ตำบลปูยู อำเภอเมืองจังหวัดสตูล

ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2523 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 20 ของประเทศ มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีเขาวังช้าง เขาหินร้อง เขาวังพะเนียด เขาจีน เขามดแดง เขาหาบเคย เขากวงใหญ่ เขากวงเล็ก เขาวังหมู เขาวังกลวง เขากายัง เขากล่ำ เขาปูยู และเขาวังกูนอง

เป็นยอดเขาสำคัญ โดยมีเทือกเขาจีนเป็นยอดเขาสูงสุด สูง 756 เมตรufaจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เทือกเขาจีนยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารสำคัญมากมายทั้ง คลองกลางบ้าน คลองยาโรย และคลองตูโย้ะ ทำให้เกิดน้ำตกสวยงามมีชื่อเสียงอย่างน้ำตกยาโรย และน้ำตกโตนปลิว ไม่เพียงเท่านี้คุณยังสามารถพบสภาพป่าหลากหลายทั้งป่าดงดิบ ที่เป็นที่อยู่ของชาวซาไกหรือเงาะป่า ป่ารุ่นหรือป่าเหล่า และป่าชายเลน

ในพื้นที่ของอุทยานฯ ทะเลบัน และด้วยความสมบูรณ์ของป่าไม้ทำให้ที่นี่มี หมาน้ำหรือเขียดว้าก สัตว์ที่ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของหนองน้ำทะเลบันเลย เขียดว้ากชอบอาศัยอยู่ตามป่าบากง จะส่งเสียงร้องคล้ายเสียงของลูกสุนัข และจะส่งเสียงว้ากในฤดูผสมพันธุ์

อุทยานฯ ทะเลบัน มีพื้นที่ป่าทางด้านทิศใต้ติดกับรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ความสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้ เมื่อรวมเข้ากับความงามของเขามดแดงกับเขาจีนที่เป็นภูเขาหินปูนแกรนิตด้วยแล้ว

อุทยานฯ ทะเลบัน จึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติน่าสนใจมากมายทั้ง ถ้ำโตนดิน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 1.5 กิโลเมตร ภายในถ้ำลึก 700 เมตร เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย และยังมีเครื่องมือขุดแร่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลงเหลืออยู่ด้วย บึงทะเลบัน บึงน้ำจืดขนาดใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ 125 ไร่ เกิดจากการยุบตัวของแผ่นดินกลางหุบเขาของเทือกเขาจีนและเขาวังประ ภายในบึงมีปลาน้ำจืดและสัตว์น้ำอื่นๆ อาศัยอยู่มาก

น้ำตกวังสายทอง

น้ำตกวังสายทอง เป็นน้ำตกชั้นหินปูนขนาดใหญ่ ที่มีความสวยงามและมหัศจรรย์ที่น่าหลงใหล ซึ่งเป็นน้ำตกหินปูนแห่งแรก ในภาคใต้ เดินแล้วไม่ลื่น ปราศจากตะใคร่น้ำซึ่งยังสร้างความรู้สึกเชื่อมั่นในความปลอดภัยต่อการปีนป่ายสู่ขั้นสูง พร้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ ที่หาดู แต่ละชั้นไหลลดหลั่นกันมาไหลผ่านชั้นหินปูนสีเหลืองอร่ามดั่งทองกระทบกับแสงอาทิตย์ดูงดงามราวกับดอกบัว สามารถเดินชมได้จนถึงแหล่งน้ำ

ความงามของน้ำตกวังสายทองจึงอยู่ที่แอ่งน้ำแต่ละชั้นลดหลั่นกันลงมาจากชั้นบนสุดถึงต่ำสุดคล้ายดอกบัวคือส่วนบนจะแคบ ส่วนข้างล่างจะกว้างออก แต่ละชั้นเดินข้ามไปมาได้ง่าย มีต้นมาขึ้นแซมสลับใช้จับเกาะได้ รอบๆน้ำตกมีตกไม้ใหญ่น้อยufabet ช่วยให้บรรยากาศร่มรื่น เหมาะที่จะไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างดี


ต้นน้ำของน้ำตกวังสายทองเกิดจากคลองวังน้อยสายน้ำเกิดจากการทะลักของน้ำในถ้ำใต้ภูเขา ไหลออกมาตามช่องเขาลงสู่แอ่งน้ำต่างๆ ที่รองรับด้านล่างลักษณะเป็นชั้นๆ จุดเด่นของน้ำตกคือมีพื้นดินเป็นหินปนทราย บริเวณก้อนหินจะไม่เกิดตะไคร่น้ำจับ สามารถเดินข้ามไปมาได้สะดวก ไม่เกิดอุบัติเหตุ