การออกกำลังกาย ที่ถูกต้องในช่วงโควิดระบาด

ศ.ดร.เจริญ กระบวนรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์การกีฬา ออกมาแนะนำ การออกกำลังกาย ที่ถูกต้อง เพื่อให้ปลอดโรค-ปลอดภัยจากโควิด

การออกกำลังกาย

หลังจากรัฐบาลได้มีการผ่อนปรนมาตรการในช่วงของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยให้มีการ เปิดสวนสาธารณะให้ประชาชนมาออกกำลังกายตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยได้กำหนดมาตรการในการควบคุมอย่างเคร่งครัด คือ การรักษาระยะห่าง และสวมหน้ากากอนามัยนั้น ศ.ดร.เจริญ กระบวนรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์การกีฬา “เอสซีจี แบดมินตัน อะคาเดมี่” กล่าวว่า ประชาชนควรมีวินัยในการออกกำลังกายด้วยการรักษาระยะห่าง ส่วนการสวมใส่หน้ากากอนามัยในขณะออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายขาดอากาศ มีอาการมึนศีรษะ หัวใจทำงานหนักขึ้น เพราะในขณะออกกำลังกายหัวใจทำงานหนักขึ้น 2-3 เท่า ขณะที่อัตราการไหลเวียนเลือดเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ 3-5 เท่า แล้วแต่ความแรงของการออกกำลังกาย

“ลองนึกดู แม้แต่เวลาใส่หน้ากากนั่งอยู่เฉยๆ เรายังรู้สึกอึดอัดหายใจไม่สะดวกเลย ดังนั้น พอไปออกแรงเยอะขึ้นก็ยิ่งจะทำให้การหายใจทำได้ลำบาก และการขาดอากาศอาจจะทำให้ช็อกถึงขั้นหมดสติได้ ซึ่งการจะออกกำลังกายให้ปลอดภัยในสวนสาธารณะ สิ่งสำคัญเราต้องมีวินัยในตัวเอง รักษาระยะห่างอย่างน้อย 3-5 เมตร หรือยิ่งห่างมากเท่าไรยิ่งดี แต่หากจำเป็นต้องใส่หน้ากากก็ควรจะปลดหน้ากากในบางช่วง หรือหากเป็นไปได้ เลือกเวลาการออกกำลังกายที่ปลอดคนจะดีที่สุด”

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการออกกำลังกายยังแนะนำเรื่องการออกกำลังกายที่ถูกต้องว่า ก่อนอื่นต้องเรียนรู้ความหมายและประเภทของการออกกำลังกายก่อน บางคนเข้าใจผิดคิดว่าการทำงานบ้าน หรือการทำอะไรให้เหนื่อยและเหงื่อออกคือการออกกำลังกาย

สำหรับการรักษาสุขภาพร่างกายที่ดี สิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญ คือ ต้องดูแลปอดและหัวใจให้แข็งแรง เพราะปอด เป็นอวัยวะสำคัญในการนำพลังงาน คือ ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย โดยมี “หัวใจ” ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดนำสารอาหารต่างๆ และออกซิเจนไปให้เซลล์ ซึ่งการออกกำลังกายเพื่อบริหารปอด หัวใจให้แข็งแรงคือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก

ศ.ดร.เจริญ ยังแนะนำอีกว่า การออกกำลังกายควรทำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เมื่อสุขภาพดีขึ้นจึงค่อยๆ ปรับเพิ่มเป็น 4-5 ครั้ง หรืออาจจะเป็น 6 วันต่อสัปดาห์ ส่วนระดับความหนักหรือความเหนื่อย ควรทำให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายตัวเอง เพราะการออกกำลังกายเป็นการเรียนรู้การปรับสภาพร่างกายของตนเอง ไม่ใช่การเลียนแบบหรือทำตามคนอื่น ขณะที่รูปแบบและวิธีการในการออกกำลังกายขึ้นอยู่กับความชอบ ความถนัดของแต่ละบุคคล แต่ไม่ควรออกกำลังกายซ้ำๆ ด้วยวิธีการเดิมๆ ซึ่งเปรียบได้กับการรับประทานอาหารซ้ำซากทุกวัน ก็จะทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารใหม่ๆ ไปสร้างเสริมสุขภาพร่างกาย ซึ่งในที่สุดสุขภาพร่างกายก็ไม่ได้รับการพัฒนา

ข้อมูลจาก : https://www.thairath.co.th/sport/others/1837873

ติดตามข่าวสารผ่านทางเราได้ที่นี่ : https://www.despumationpress.com