ฟิล์มกรองแสงมี 2 ประเภท

ฟิล์มกรองแสงมี 2 ประเภท อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอากาศในประเทศไทยมีความร้อนมาก ซึ่งเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยาก มาพร้อม อากาศเมืองไทย เลือกฟิล์มติดรถยนต์แบบไหนคุ้มสุด เพราะหลายคนมีความสับสนว่าควรเลือกฟิล์มแบบไหนดี ที่สามารถป้องกันความร้อนจากแสงแดดได้

ประเภทฟิล์มกรองแสง

1.แบบธรรมดาย้อมสี 

ฟิล์มชนิดนี้เป็นฟิล์มธรรมดาที่มีคุณสมบัติทำให้แสงผ่านเข้ามาในรถยนต์อ่อนลงหรือลดความเข้มข้น  โดยที่ไม่มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีต่างๆจากแสงแดด ทำให้ไม่มีคุณสมบัติที่จะลดความร้อนหรือแสงที่มีอันตรายใดๆ มีราคาถูก เนื้อฟิล์มจะเปลี่ยนสภาพเสื่อมเป็นสีม่วงเร็ว และมีอายุการใช้งานที่สั้น โดยเฉลี่ยประมาณ 35 ปี

2.แบบลดความร้อน

มีส่วนผสมของสารป้องกันรังสีต่างๆ จากแสงแดด ด้วยคุณสมบัติพิเศษเนื้อฟิล์มถูกเคลือบด้วยโลหะพิเศษ สามารถกันรังสีที่เป็นอันตรายต่างๆได้ แถมยังกันความร้อนได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันสามารถแบ่งย่อยได้ ดังนี้

– ฟิล์มเคลือบโลหะ หรือ ฟิล์มปรอท 

เป็นฟิล์มสำหรับลดความร้อนภายในห้องโดยสารโดยเฉพาะ บางตัวสามารถกันได้มากถึง 90 % วิธีสังเกตรถยนต์ที่ติดฟิล์มปรอท จะมองตอนกลางวันจากภายนอกเข้าไปที่รถยนต์ จะพบว่า กระจกมีลักษณะคล้ายสายรุ้งสีต่างๆ แต่ไม่สามารถมองเข้าไปในตัวห้องโดยสารได้เลย 

– พิล์มนิรภัย

ชื่อก็บอกอยุ่ว่านิรภัย คือการป้องกันการแตกร้าวของกระจก และมีแบบทนความร้อน กับไม่ทันความร้อน มีความหนาอยู่ที่ 4 MIL ขึ้นไป แต่ก่อนนิยมเป็นอย่างมากที่จะใช้ในอาคารตึกสูงๆ แต่ปัจจุบันนำมาใช้ประกอบกับหน้าจอมือถือ และ กระจกหน้ารถยนต์ กันเพิ่มมากยิ่งขึ้น

– ฟิล์มอินฟราเรด

ฟิล์มแบบพิเศษที่มีความสามารถไปตัดรังสีอินฟราเรดได้ ทำให้คุณสมบัติหลักกันความร้อนได้ดีเยี่ยม แต่มีราคาที่สูงตามขึ้นไป

– ฟิล์มใสประเภทนาโน 

เป็นฟิล์มแบบใหม่ แต่ด้วยลักษณะที่ใส แต่ลดความร้อนในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญแสงส่องผ่านมากถึง 60 % หรืออาจมากกว่านี้ ไม่มีเงาสะท้อน ที่สำคัญมีราคาแพง