วัฒนธรรมการดื่มชาของจีนโบราณจนถึงปัจจุบัน

การดื่มชา ของประเทศจีนไม่ใช่เพียงแค่ดื่มเพื่อเป็นอาหารเพียงเท่านั้น แต่มันยังแฝงไว้ถึงปรัชญาการดำเนินชีวิตการเมือง และประเพณีอันดีงามซึ่งเชื่อว่าเริ่มต้นถือกำเนิดเกิดมาที่บริเวณดินแดนเสฉวน ซึ่งว่ากันว่าการดื่มชานี้มีต้นกำเนิดมาจากฮ่องเต้องค์หนึ่งที่ชื่อ เสินหนง ซึ่งเป็นปรมาจารย์แห่งการปลูกชา ที่ได้มีการบันทึกคัมภีร์สมุนไพรของตนขึ้นโดยกล่าวไว้ว่าตนนั้นเคยชิมสมุนไพรต่างๆ มากถึง 100 ชนิดในวันเดียว ทำให้ถึงขั้นถูกพิษ 72 ชนิดในวันเดียวกัน ดีแต่ในท้ายที่สุดพิษทั้งหมด ก็ถูกขจัดออกไปได้ด้วยการดื่มใบชา

วัฒนธรรม การดื่มชา ของจีนโบราณจนถึงปัจจุบัน - สาระน่ารู้

การดื่มชา นั้นเกิดขึ้นก่อนคริสตกาลประมาณ 2 พันกว่าปี

จากการศึกษาทางประวัติศาสตร์นั้นพบว่า ได้เริ่มมีการจารึกตำราเกี่ยวกับการชงชา หรือชงชาสำหรับดื่มมาตั้งแต่ประมาณ 2,697 ก่อนช่วงคริสตกาล โดยเฉพาะในสมัยฮั่นตะวันออกว่ากันว่าหมอชื่อดังในอดีตที่ขึ้นชื่อว่าหมอเทวดาหัวโต๋เอง ก็ได้เคยมีการจดบันทึกเอาไว้ว่าชานั้นมีสรรพคุณในทางยาซึ่งช่วยในการบำรุงสมองอีกด้วย

การดื่มชา นั้นแทรกอยู่ในทุกยุคสมัยของจีนโบราณ

1 ในยุคสมัยที่กล่าวว่าสำคัญที่สุดสำหรับวัฒนธรรมการดื่มชาในจีนโบราณนั่นก็คือยุคราชวงศ์ถัง ที่ว่ากันว่าเป็นยุคที่เฟื่องฟูทั้งในด้านวัฒนธรรม และทางด้านเศรษฐกิจ โดยในยุคดังกล่าวได้ถือกำเนิดปรมาจารย์ชา หรือผู้ที่ถูกเรียกว่าเซียนชาที่ชื่อ ลู่อวี่ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มศึกษาวิชาดื่มชาเป็นคนแรก ซึ่งได้ทำการทุ่มเทชีวิตให้กับการศึกษาวิชาเกี่ยวกับชาอย่างจริงจัง

จนกระทั่งสามารถบันทึกความรู้ซึ่งกลายมาเป็นคัมภีร์แห่งชามาจนถึงปัจจุบัน เขาว่ากันว่าชากลายมาเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมที่สำคัญในราชสำนักราชวงศ์ซ่งในเวลาต่อมา ขุนนางใดที่ทำคุณทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้เป็นอย่างดี ก็จะมีการได้รับพระราชทานชาคุณภาพดีจากองค์จักรพรรดิ วัฒนธรรมการใช้ชาเป็นเครื่องดื่มต้อนรับแขกที่เข้ามาเยี่ยมบ้านเมือง แม้แต่การใช้ชาเป็นของหมั้นหมาย และวิธีดื่มชาในการแต่งงานก็ได้เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้

ชากับประเทศจีนในปัจจุบัน

ว่ากันว่าในปัจจุบันเมืองหังโจวได้พัฒนามาเป็นจุดศูนย์กลางของเหล่าผู้ที่รักในวัฒนธรรมชาของประเทศจีนถึงขั้นมีการก่อตั้งสมาคมบ้านคนรักชาขึ้นในปี 1982 จากนั้นก็มีการสร้างศูนย์วิจัยวัฒนธรรมสากลแห่งประเทศจีนขึ้นที่เมืองหังโจวในปี 1991 และการเปิดพิพิธภัณฑ์ใบชาแห่งเมืองหังโจวในปี 1998 แล้วจะยังเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สำคัญที่ส่งผลถึงเศรษฐกิจของประเทศจีนอย่างมากอีกด้วย

อ่านต่อ