วัดเขารูปช้าง

วัดเขารูปช้าง ตั้งอยู่ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  โบราณสถานของวัดเขารูปช้างที่มองเห็นเด่นเป็นสง่า  คือ เจดีย์แบบลังกา ตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาว ซ้อนกันมองดูคล้ายรูปช้าง เจดีย์แต่เดิมเป็นเจดีย์เก่ามาก่อนต่อมาทางวัดได้ ปฏิสังขรณ์ ขึ้นใหม่โดย ได้ประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ มีรั้วรอบองค์เชิงบันไดทางขึ้น รูปปั้นโขลงช้าง 5 เชือก บนยอดเขาสามารถมองวิวทิวทัศน์ ของเมืองพิจิตรได้แบบ 360 องศา ซึ่งจะมองเห็นไร่นาของชาวบ้านรวมถึงเส้นถนนที่ตัดมายังวัดด้วย

พื้นที่รอบบริเวณพระเจดีย์ทางวัดได้สร้างวิหารใหญ่ขึ้นหลังหนึ่งและมีเจดีย์เก่าอยู่องค์หนึ่งเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา มีตัวระฆังเป็นกลีบมะเฟืองแต่ยอดเจดีย์หักแล้ว  

นอกจากนี้ตรงเชิงบันไดนาคทางขึ้นยังมีมณฑปแบบจตุรมุข ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทสำริด และมีภาพเขียนฝาผนังเรื่อง ไตรภูมิพระร่วงตั้งอยู่ใกล้กับโบสถ์หลังใหม่ด้วย

ประวัติวัดเขารูปช้าง
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ วัดเขารูปช้าง ได้สร้างขึ้นปี พ.ศ.2244 ufabetพร้อมกับวัดโพธิ์ประทับช้าง ในสมัยพระศรีสรรเพ็ชรที่ 8 หรือพระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยา

โดยสมุหนายกผู้ควบคุมไพร่พลโยธามาสร้างวัดโพธิ์ประทับช้างตามพระราชประสงค์ได้มาพบ ภูเขาส่วนยอดมีลักษณะเหมือนรูปช้างห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะที่จะสร้างวัด สร้างที่พักอยู่บนที่สูงเพื่อตรวจภูมิประเทศ ดูแลความปลอดภัยของไพร่พล เมื่อสร้างเสร็จแล้วให้ชื่อว่า“วัดเขารูปช้าง”ตามลักษณะหินสีขาวที่ซ้อนกันอยู่เป็นรูปช้างคุกเข่าบน ยอดเขามีลักษณะการก่อสร้าง สถาปัตยกรรม โบสถ์ วิหาร พระพุทธรูป  พระปรางค์เจดีย์ เป็นแบบสมัยอยุธยา

ต่อมาประมาณ พ.ศ.2300 ได้มีการสร้างเจดีย์บรรจุพระธาตุไว้บนส่วนหัวของรูปช้างในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาเจ้าฟ้ามงกุฎ หรือรัชกาลที่ 4 ในสมัยยังทรงผนวชเป็นภิกษุ ได้เสด็จธุดงค์เมืองนครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย สวรรคโลก และอุตรดิตถ์ ทรงแวะประทับที่วัดเขารูปช้างเพื่อร่วมฉลองวิหารวัดเขารูปช้าง

เมื่อวันที่ 22–26 มกราคม 2376 นับได้ว่า วัดเขารูปช้างแห่งนี้ พระเจ้าแผ่นดิน เป็นผู้สร้าง และพระเจ้าแผ่นดินยังได้ทรงมาประทับร่วมฉลองวิหารอีกด้วย จึงถือว่างานประเพณี ปิดทองไหว้พระ วันเพ็ญเดือนก็นับเริ่มตั้งแต่นั้นมา นับเป็นเวลากว่าร้อยปีในระยะเวลาถัดมา วัดเขารูปช้างได้รับการพัฒนาให้มีความเจริญขึ้นมาตาม ลำดับเท่าที่ทราบเริ่มจากในสมัยของพระเดชพระคุณพระครูพิพัฒน์ธร รมคุณ หรือหลวงพ่อเตียง สมัยพระครูวิเวกธรรมมาภิรมย์ หรือหลวงพ่อเทิ้ม และสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน