วัดอาฮงศิลาวาส

วัดอาฮงศิลาวาส  อยู่เขตบ้านอาฮง  อ. เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ  ห่างจากตัวเมืองโดยประมาณ 21 ตั้งติดอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงแก่งอาฮง เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่จากฝั่งไทยถึงฝั่งลาวที่มีความยาวประมาณร้อยกว่าเมตร วัดอาฮงศิลาวาส 

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดบึงกาฬ  ด้วยเหตุที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม พื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงเป็นแนวโค้งยาวประกอบกับมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องพญานาค ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาที่วัดอาฮง และแก่งอาฮง อย่างไม่ขาดสาย

มีความเชื่อกันว่าบริเวณหน้าวัด คือ จุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขงซึ่งมีความลึก 200 เมตร บริเวณนี้จะมีน้ำจะไหลเชี่ยววนจนเป็นหลุมรูปกรวย หากมีพวกเศษไม้ ใบไม้หรือวัตถุเล็กๆ ติดอยู่จะถูกกระแสน้ำหมุนวนเป็นรูปกรวยประมาณ 20-30 นาทีufa

และจึงหลุดเคลื่อนไปในที่อื่น เมื่อมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาอีกก็จะต่อตัวเป็นรูปกรวยขึ้นมาใหม่เกิดสลับกันไปตลอดทั้งวัน จึงทำให้เชื่อว่าที่นี่คือ จุดที่เป็น สะดือแม่น้ำโขง ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี

สามารถมองเห็นแก่งอาฮง แก่งหินกลางลำน้ำโขงปรากาฎขึ้นมาเหนือน้ำ กลุ่มหินมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย นอกจากเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ชาวบ้านโดยรอบยังอาศัยทำการประมงด้วย

ภายในบริเวณวัดกว้างขวางและสวยงามมีอุโบสถหินอ่อน รูปทรงไทยประยุกต์  ตั้งอยู่บนพื้นที่เนิน มีบันไดทางขึ้นมีพญานาคทอดตัวยาวไปจนเกือบถึงตัววิหาร ภายในอุโบสถตกแต่งแบบเรียบง่าย มีพระประธานลักษณะ คือ พระพุทธควานันท์ศาสดา  ซึ่งมีความงดงามตระการตาเป็นพระ พุทธรูปที่มีพะพุทธลักษณ์คล้ายกับพระพุทธชินราช  นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปทองคำสององศ์ ประดิษฐานอีกด้วย

บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง

บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองกำแพงเพชร ห่างจากตัวเมืองห่างจากตัวเมืองกำแพงเพชรประมาณ  22  กิโลเมตร ปัจจุบันบ่อน้ำพุร้อนพระร่วงมีการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบอย่างสวยงามเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและสำหรับพักผ่อน

เปิดให้บริการอาบน้ำแร่ แช่ฝ่าเท้า โดยลักษณะทั่วไปเป็นน้ำพุร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดินจำนวน 5 จุดมีความร้อนประมาณ 40 – 65 องศาเซลเซียสปราศจากสารปนเปื้อนหรือเชื้อโรคอันตรายเกินมาตรฐาน จากการตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุข

บริเวณโดยรอบยังมีภูมิทัศน์สวยงาม เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ แก่นักท่องเที่ยว อาทิ บริการห้องแช่น้ำแร่ส่วนตัว จักรยานน้ำ กิจกรรมเพื่อการพักผ่อน  บ้านพัก ลานกางเต็นท์ และนวดแผนไทย ซึ่งในส่วนนี้มีค่าใช้จ่าย

ติดกับบ้านพักรับรอง คือ บ่อแช่เท้าในแคร่ไม้ไผ่  มีหลังคาบังแดด ซึ่งในส่วนนี้ให้บริการแช่เท้าฟรี แนะนำให้มาช่วงเช้า หรือเวลาเย็นไปเลยจะไม่ร้อนมาก  นั่งแคร่แช่เท้าในบรรยากาศที่เงียบสงบผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าได้เป้นอย่างดี  ตอนเริ่มเอาเท้าลงไปแช่ก็จะรู้สึกได้ถึงความร้อนหน่อยแต่พอแช่ไปซักพักจะเริ่มชินกับอุณหภูมิของน้ำ

บ่อต้นกำเนิดน้ำพุร้อนพระร่วง  มีลักษณะทางกายภาพ คือ เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่เกิดขึ้นเอง ตามธรรมชาติจากใต้ดิน มีความร้อน 40 – 65 องศาเซลเซียสufa ซึ่งหากอาบหรือแช่น้ำแร่สามารถแก้อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อาการบ่าแข็ง  ข้อติด ข้อเคล็ดหรือข้อแพลง และโรคผิวหนัง

วัดเขารูปช้าง

วัดเขารูปช้าง ตั้งอยู่ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  โบราณสถานของวัดเขารูปช้างที่มองเห็นเด่นเป็นสง่า  คือ เจดีย์แบบลังกา ตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาว ซ้อนกันมองดูคล้ายรูปช้าง เจดีย์แต่เดิมเป็นเจดีย์เก่ามาก่อนต่อมาทางวัดได้ ปฏิสังขรณ์ ขึ้นใหม่โดย ได้ประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ มีรั้วรอบองค์เชิงบันไดทางขึ้น รูปปั้นโขลงช้าง 5 เชือก บนยอดเขาสามารถมองวิวทิวทัศน์ ของเมืองพิจิตรได้แบบ 360 องศา ซึ่งจะมองเห็นไร่นาของชาวบ้านรวมถึงเส้นถนนที่ตัดมายังวัดด้วย

พื้นที่รอบบริเวณพระเจดีย์ทางวัดได้สร้างวิหารใหญ่ขึ้นหลังหนึ่งและมีเจดีย์เก่าอยู่องค์หนึ่งเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา มีตัวระฆังเป็นกลีบมะเฟืองแต่ยอดเจดีย์หักแล้ว  

นอกจากนี้ตรงเชิงบันไดนาคทางขึ้นยังมีมณฑปแบบจตุรมุข ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทสำริด และมีภาพเขียนฝาผนังเรื่อง ไตรภูมิพระร่วงตั้งอยู่ใกล้กับโบสถ์หลังใหม่ด้วย

ประวัติวัดเขารูปช้าง
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ วัดเขารูปช้าง ได้สร้างขึ้นปี พ.ศ.2244 ufabetพร้อมกับวัดโพธิ์ประทับช้าง ในสมัยพระศรีสรรเพ็ชรที่ 8 หรือพระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยา

โดยสมุหนายกผู้ควบคุมไพร่พลโยธามาสร้างวัดโพธิ์ประทับช้างตามพระราชประสงค์ได้มาพบ ภูเขาส่วนยอดมีลักษณะเหมือนรูปช้างห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะที่จะสร้างวัด สร้างที่พักอยู่บนที่สูงเพื่อตรวจภูมิประเทศ ดูแลความปลอดภัยของไพร่พล เมื่อสร้างเสร็จแล้วให้ชื่อว่า“วัดเขารูปช้าง”ตามลักษณะหินสีขาวที่ซ้อนกันอยู่เป็นรูปช้างคุกเข่าบน ยอดเขามีลักษณะการก่อสร้าง สถาปัตยกรรม โบสถ์ วิหาร พระพุทธรูป  พระปรางค์เจดีย์ เป็นแบบสมัยอยุธยา

ต่อมาประมาณ พ.ศ.2300 ได้มีการสร้างเจดีย์บรรจุพระธาตุไว้บนส่วนหัวของรูปช้างในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาเจ้าฟ้ามงกุฎ หรือรัชกาลที่ 4 ในสมัยยังทรงผนวชเป็นภิกษุ ได้เสด็จธุดงค์เมืองนครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย สวรรคโลก และอุตรดิตถ์ ทรงแวะประทับที่วัดเขารูปช้างเพื่อร่วมฉลองวิหารวัดเขารูปช้าง

เมื่อวันที่ 22–26 มกราคม 2376 นับได้ว่า วัดเขารูปช้างแห่งนี้ พระเจ้าแผ่นดิน เป็นผู้สร้าง และพระเจ้าแผ่นดินยังได้ทรงมาประทับร่วมฉลองวิหารอีกด้วย จึงถือว่างานประเพณี ปิดทองไหว้พระ วันเพ็ญเดือนก็นับเริ่มตั้งแต่นั้นมา นับเป็นเวลากว่าร้อยปีในระยะเวลาถัดมา วัดเขารูปช้างได้รับการพัฒนาให้มีความเจริญขึ้นมาตาม ลำดับเท่าที่ทราบเริ่มจากในสมัยของพระเดชพระคุณพระครูพิพัฒน์ธร รมคุณ หรือหลวงพ่อเตียง สมัยพระครูวิเวกธรรมมาภิรมย์ หรือหลวงพ่อเทิ้ม และสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

ผาชู้

ผาชู้ ตำนานผาชู้ เจ้าเอื้องผึ้งซึ่งเป็นคู่รักกับเจ้าจันทน์ผา จำใจต้องแต่งงานกับเจ้าจ๋วง เจ้าเอื้องผึ้งเสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก จึงตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดจากหน้าผา

เจ้าจันทน์ผาตามมาพบว่า เจ้าเอื้องผึ้งได้กระโดด หน้าผาไปแล้ว จึงกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายตามคนรักตกไปอยู่ใกล้กันและเจ้าจ๋วงได้เห็นหญิงที่ตนรักกระโดด หน้าผาไปufabet

จึงรู้สึก เสียใจและตัดสินใจกระโดดหน้าผาตามลงไปด้วยแต่กระเด็นห่างออกไปด้วยความรักแท้ ระหว่างเจ้าเอื้องผึ้งและเจ้าจันทน์ผา

ในชาติต่อมาเจ้าเอื้องผึ้งจึงเกิดเป็นดอกกล้วยไม้เกาะอยู่ใต้ต้นจันทน์ผา และเจ้าจ๋วงก็เกิดเป็นต้นสนณ จุดที่ตกไปนั้นเอง ( จ๋วง เป็นภาษาเหนือแปลว่าต้นสน เอื้องผึ้ง แปลว่ากล้วยไม้) หน้าผาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า ผาชู้ นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ดอยสวนยาหลวง

ดอยสวนยาหลวง ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสันเจริญ ต.ผาทอง อ.ท่าวังผา จ.น่าน ดอยสวนยาหลวง เดิมทีเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นบนดอยของชาวเขาเผ่าเมี่ยน (เย้า) ในหมู่บ้านสันเจริญ อ.ท่าวังผา ซึ่งห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 77 กิโลเมตร

แต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของเมืองน่านไปเป็นที่เรียบร้อย การท่องเที่ยวบนสวนยาหลวงนอกจากจะได้ชมบรรยากาศของสวนกาแฟบนทิวเขา

แล้วยังได้สัมผัสกับการใช้ชีวิตติดดินที่ไร้ซึ้งไฟฟ้า มีเพียงแสงเดือนและแสงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นเพื่อน และการเดินทางจากหมู่บ้านสันเจริญขึ้นไปบนสวนยาหลวง ต้องเป็นรถ 4WD เท่านั้น โดยมีค่าใช้จ่ายวันเดียวอยู่ที่ราคา 1,300 บาท และค้างคืนอยู่ที่ 1,600 บาท (สามารถนั่งได้ 10 คน) ufaนอกจากนี้นักท่องเที่ยวท่านใดที่ชื่นชอบการกางเต้นท์นอน ก็สามารถนำเต้นท์ขึ้นมากางบนดอยได้

สวนยาหลวง​ จ.น่าน ดินแห่งกาแฟและลมหนาว หากใครมาจังหวัดน่านและชอบความเงียบสงบ​ สวนยาหลวงคงเป็นทางเลือกที่ดี เราอยากบอกว่ามาเที่ยวที่นี่หน้าหนาวค่อนข้างชิลๆ​ ทางไม่เละเวลาขึ้นดอย​ สัญจรสะดวกมากๆ​ จากหมู่บ้านขึ้นมานอนบนดอยในไร่กาแฟ​ ใช้เวลา30นาทีก็ถึงแล้ว​ และที่สำคัญอากาศ​ตอนกลางคืนช่วงนี้​ 14-15องศา​ กำลังนอนสบายเลยครับ​

จุดชมค้างคาวเขาหน่อ

จุดชมค้างคาวเขาหน่อ อยู่ริมทางหลวงสายพหลโยธิน ช่วงนครสวรรค์-กำแพงเพชร ในท้องที่ตำบลบ้านแดน อำเภอบรรพตพิสัย ในเวลาเย็นใกล้พลบค่ำ ฝูงค้างคาวจะพากันโบยบินออกหากิน บินออกมาจากถ้ำของเขาหน่อ-เขาแก้ว

ค้างคาวฝูงใหญ่บินออกมาจากถ้ำเป็นสายสีดำยาวเหยียด เป็นภาพที่ตื่นตามาก เขาหน่อเป็นเขาหินปูนที่มีวัดเขาหน่ออยู่เชิงเขา มีบันไดขึ้นสู่ถ้ำบนยอดเขาและมีพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่อยู่ปากถ้ำ เมื่อครั้นพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จภาคเหนือทางสายแม่น้ำปิง เคยประทับพักแรมต่อมาจังหวัดได้สร้างพระบรมรูป ไว้เป็นอนุสรณ์

บริเวณเชิงเขา มีฝูงลิง จำนวนมาก คอยรับอาหาร จากนักท่องเที่ยว ที่มาเยือน นอกจากนี้ ในเวลาเย็นจะมองเห็น ฝูงค้างคาวที่ อาศัยอยู่ตามถ้ำน้อยใหญ่ ในภูเขาบินออกไปหากิน ดูเป็นสายยาวสีดำอยู่บนท้องฟ้า

ส่วนเขาแก้วอยู่ในบริเวณเดียวกันกับเขาหน่อ ปัจจุบันมีถนนคั่นกลางแบ่งเขตกันอย่างชัดเจน มีถ้ำหลายถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของค้างคาวมากมาย ในเวลาเย็นใกล้พลบค่ำฝูงค้างคาวจะพากันบินออกหากินนับล้านตัว ค้างคาวบินออกหากินจากถ้ำ ๓๐ นาทีufabet ก็ยังออกจากถ้ำไม่หมด ปัจจุบัน อบต.บ้านแดนพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

โดยสร้างศาลาไว้ชมค้างคาวไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีผู้คนจากต่างถิ่นมาชมค้างคาวและรับประทานอาหารค่ำ มีชาวบ้านนำอาหารมาจำหน่ายไว้บริการ


ภูเขาหินปูนรูปทรงแปลกตาที่มองเห็นมาแต่ไกลทุกครั้งเวลาสัญจรผ่านไปมาบนถนนพหลโยธินช่วงรอยต่อระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับกำแพงเพชร ที่เรียกกันว่าเขาหน่อ-เขาแก้วแห่งนี้

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ของนครสวรรค์ เริ่มจากเขาหน่อ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เมื่อพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาส

โดยเสด็จภาคเหนือทางชลมารคผ่านแม่น้ำปิง เมื่อปีพ.ศ. 2449 และต่อมาในปีพ.ศ. 2452 ได้พระราชทานสิ่งของให้แก่หลวงพ่อแหยม

วัดบ้านแดน เขาหน่อแห่งนี้แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ 1.เขานางพันธุรัตซึ่งเป็นเขาลูกเล็กที่คุณสามารถเดินขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาผ่านบันได 60 ขั้น 2.เขาพระพุทธบาทหรือเขาลูกใหญ่ ที่บริเวณหน้าเขาจะมีโรงเรียนร้างเป็นจุดสังเกต ที่นี่อยู่ห่างจากเขานางพันธุรัตราวๆ 300 เมตร ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทและเจดีย์เก่าแก่อายุประมาณ 400 ปี

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 8 องศา 28ลิปดาถึง 9 องศา 15 ลิปดาเหนือ ตัดกับลองติจูดที่ 97 องศา ถึง 97 องศา 50 ลิปดาตะวันออก ในทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย

ที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อยู่ห่างจากท่าเทียบเรือทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ประมาณ 70 กิโลเมตร และห่างจากท่าเทียบเรือหาดป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ประมาณ 90 กิโลเมตร เกาะเมียงหรือเกาะสี่เป็นที่ตั้ง

“สิมิลัน” เป็นภาษายาวี หรือมลายู แปลว่า “เก้า” จึงมีชื่อเรียกกันว่า หมู่เกาะสิมิลัน หรือเกาะเก้า ประกอบไปด้วยเกาะใหญ่น้อย 9 เกาะด้วยกันufa เกาะทั้งเก้าเรียงตัวตามแนวทิศเหนือไปทิศใต้ ได้แก่ เกาะบอน เกาะบางู เกาะสิมิลัน เกาะปายู เกาะห้า เกาะเมียง เกาะปาหยัน เกาะปายัง และเกาะหูยง

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติของประเทศไทย ลำดับที่ 43 ในปี พ.ศ. 2525 มีขนาดพื้นที่ 128 ตารางกิโลเมตร (80,000 ไร่) และในปี 2541 ได้ผนวกพื้นที่บริเวณ “เกาะตาชัย” เพิ่มอีก 12 ตารางกิโลเมตร

เข้าเป็นอุทยานแห่งชาติครอบคลุมพื้นที่เกาะและห้วงน้ำทะเลรอบเกาะที่มีปะการังสมบูรณ์ ในท้องที่เกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา รวมเป็นเนื้อที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร (87,500 ไร่) พื้นที่เกาะซึ่งเป็นที่ดินมีประมาณ 26 ตารางกิโลเมตร (16,250 ไร่) ชายฝั่งทะเลในหมู่เกาะสิมิลัน

เป็นส่วนภาคตะวันออกของทะเลอันดามัน ในมหาสมุทรอินเดียที่มีการลดตัวลงของพื้นทะเล(SUBMERGENT SHORELINE) จึงมีการกัดเซาะพังทลายโดยมีน้ำทะเลเป็นตัวกระทำอย่างรุนแรงทำให้บริเวณเกาะทั้ง 9 เกาะ เกิดเป็นลักษณะภูมิประเทศที่แปลกตา มีรูปร่างต่างๆ อันเป็นผลจากขบวนการกัดเซาะ สำหรับหินที่พบในหมู่เกาะสิมิลัน ทั้ง 9 เกาะ เป็นหินอัคนีชนิด granite อายุของหินนี้อยู่ระหว่างยุค Tertiary – cretaceous ประมาณ 65 ล้านปีที่ผ่านมา

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2528 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการเพาะพันธุ์หอยแครง หอยนางรม และกุ้ง

ใช้งบประมาณจากโครงการกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร และกองทุนความช่วยเหลือเพื่อเพิ่มผลผลิตอาหารจากประเทศญี่ปุ่น เป็นเงินรวม 15 ล้านบาท

โดยแยกเป็นเงินยืมไม่เสียดอกเบี้ย จำนวน 11 ล้านบาท กำหนดชำระคืนใน 8 ปี ระยะปลอดหนี้ 3 ปี และเงินจ่ายขาดจำนวน 4 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง ในระยะแรกได้รับการตั้งชื่อเป็น “สถานีพัฒนาการเพาะเลี้ยงหอยจังหวัดพังงา”

ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิตสัตว์น้ำในปี พ.ศ. 2532 ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีประมงน้ำกร่อยจังหวัดพังงา” แล้วยกระดับเป็น “ศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา” และในปี พ.ศ. 2545 ufaได้เปลี่ยนชื่อเป็นปัจจุบันตามการปรับโครงสร้างในการปฏิรูประบบราชการของประเทศ

  ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ทดสอบงานวิจัยเพื่อเชื่อมโยงกับสถาบันวิจัยกุ้งทะเล สถาบันวิจัยอาหารสัตว์น้ำชายฝั่งและสถาบันวิจัยโรคสัตว์น้ำชายฝั่ง และใช้เทคโนโลยีเพื่อขยายผลในเชิงพาณิชย์

การจัดการระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเชิงอุตสาหกรรมแบบยั่งยืน และแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในด้านชีววิทยาและสมดุลของระบบนิเวศน์ กำหนดมาตรฐานการตรวจสอบผลผลิตจากการทำการประมงชายฝั่ง และตรวจรับรองกระบวนการผลิตสัตว์น้ำชายฝั่งให้ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

เช่น ตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ (ตรวจยาปฏิชีวนะตกค้าง ตรวจวิเคราะห์การติดเชื้อไวรัสโดยวิธี  PCR) ตรวจสอบคุณภาพในแหล่งผลิตตามมาตรฐาน  GAP และ CoC ผลิตและขยายพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ พัฒนาการผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำ บริหารระบบชลประทานน้ำเค็มเพื่อการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล

ชุมชนบ้านโคกไคร

ชุมชนบ้านโคกไคร เป็นหมู่บ้านประมงริมฝั่งคลองมะรุ่ย วิถีประมงพื้นบ้านที่เรียบง่าย ภูมิปัญญาการเกษตรเพาะเลี้ยงริมฝั่งคลองกับอาหารทะเลสด ๆ ธรรมชาติป่าชายเลน ภูผาแปลกตาufabet


– ฟาร์ม(กระชัง/หลัก)หอยนางรม ปลาเก๋า เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเพาะเลี้ยงหอยนางรมและปลาเก๋า พร้อมทั้งชิมหอยนางรมสด
– เขาหมูกโครง ภูผาแปลกตา แหล่งพันธุ์ไม้นานาชนิดและกล้วยไม้หายาก ศึกษาเรียนรู้สมุนไพรป่าชายเลนและชมหน้าผาที่งดงาม
– หาดทรายร้อน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหาดน้ำร้อน ทรายร้อนและโคลนร้อน สำหรับนักท่องเที่ยวทำกิจกรรมสปาธรรมชาติ
– หาดตั้งเลน หรือเขาตั้งเลนเป็นหาดทรายขาวบริสุทธิ์ที่จะพบได้เฉพาะตอนน้ำลดท่านั้น เป็นพื้นที่ของฝูงปูมดแดงนับ หมื่น ๆ ตัว
– ดอนหอยตลับ นักท่องเที่ยวก็สามารถเก็บหรืองมหอยตลับได้ด้วยตัวเอง

น้ำตกโตนปริวรรต

น้ำตกโตนปริวรรต หรือชาวบ้านเรียกว่า น้ำตกสองแพรก ห่างจาก เป็นน้ำตก ไม่สูงนัก เบื้องล่างเป็นแอ่งน้ำที่ที่สามารถลงเล่นน้ำได้ ช่วงหน้าฝนน้ำจะไหลแรง ufabetและยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร


-ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่า(สัตว์ป่าสงวน)
-ปริมาณน้ำฝน(ฝนแปด แดดสี่)
-ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้