About Freya

Posts by Freya:

จุดชมค้างคาวเขาหน่อ

จุดชมค้างคาวเขาหน่อ อยู่ริมทางหลวงสายพหลโยธิน ช่วงนครสวรรค์-กำแพงเพชร ในท้องที่ตำบลบ้านแดน อำเภอบรรพตพิสัย ในเวลาเย็นใกล้พลบค่ำ ฝูงค้างคาวจะพากันโบยบินออกหากิน บินออกมาจากถ้ำของเขาหน่อ-เขาแก้ว

ค้างคาวฝูงใหญ่บินออกมาจากถ้ำเป็นสายสีดำยาวเหยียด เป็นภาพที่ตื่นตามาก เขาหน่อเป็นเขาหินปูนที่มีวัดเขาหน่ออยู่เชิงเขา มีบันไดขึ้นสู่ถ้ำบนยอดเขาและมีพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่อยู่ปากถ้ำ เมื่อครั้นพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จภาคเหนือทางสายแม่น้ำปิง เคยประทับพักแรมต่อมาจังหวัดได้สร้างพระบรมรูป ไว้เป็นอนุสรณ์

บริเวณเชิงเขา มีฝูงลิง จำนวนมาก คอยรับอาหาร จากนักท่องเที่ยว ที่มาเยือน นอกจากนี้ ในเวลาเย็นจะมองเห็น ฝูงค้างคาวที่ อาศัยอยู่ตามถ้ำน้อยใหญ่ ในภูเขาบินออกไปหากิน ดูเป็นสายยาวสีดำอยู่บนท้องฟ้า

ส่วนเขาแก้วอยู่ในบริเวณเดียวกันกับเขาหน่อ ปัจจุบันมีถนนคั่นกลางแบ่งเขตกันอย่างชัดเจน มีถ้ำหลายถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของค้างคาวมากมาย ในเวลาเย็นใกล้พลบค่ำฝูงค้างคาวจะพากันบินออกหากินนับล้านตัว ค้างคาวบินออกหากินจากถ้ำ ๓๐ นาทีufabet ก็ยังออกจากถ้ำไม่หมด ปัจจุบัน อบต.บ้านแดนพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว

โดยสร้างศาลาไว้ชมค้างคาวไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีผู้คนจากต่างถิ่นมาชมค้างคาวและรับประทานอาหารค่ำ มีชาวบ้านนำอาหารมาจำหน่ายไว้บริการ


ภูเขาหินปูนรูปทรงแปลกตาที่มองเห็นมาแต่ไกลทุกครั้งเวลาสัญจรผ่านไปมาบนถนนพหลโยธินช่วงรอยต่อระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับกำแพงเพชร ที่เรียกกันว่าเขาหน่อ-เขาแก้วแห่งนี้

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ของนครสวรรค์ เริ่มจากเขาหน่อ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เมื่อพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาส

โดยเสด็จภาคเหนือทางชลมารคผ่านแม่น้ำปิง เมื่อปีพ.ศ. 2449 และต่อมาในปีพ.ศ. 2452 ได้พระราชทานสิ่งของให้แก่หลวงพ่อแหยม

วัดบ้านแดน เขาหน่อแห่งนี้แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ 1.เขานางพันธุรัตซึ่งเป็นเขาลูกเล็กที่คุณสามารถเดินขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาผ่านบันได 60 ขั้น 2.เขาพระพุทธบาทหรือเขาลูกใหญ่ ที่บริเวณหน้าเขาจะมีโรงเรียนร้างเป็นจุดสังเกต ที่นี่อยู่ห่างจากเขานางพันธุรัตราวๆ 300 เมตร ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทและเจดีย์เก่าแก่อายุประมาณ 400 ปี

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 8 องศา 28ลิปดาถึง 9 องศา 15 ลิปดาเหนือ ตัดกับลองติจูดที่ 97 องศา ถึง 97 องศา 50 ลิปดาตะวันออก ในทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย

ที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อยู่ห่างจากท่าเทียบเรือทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ประมาณ 70 กิโลเมตร และห่างจากท่าเทียบเรือหาดป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ประมาณ 90 กิโลเมตร เกาะเมียงหรือเกาะสี่เป็นที่ตั้ง

“สิมิลัน” เป็นภาษายาวี หรือมลายู แปลว่า “เก้า” จึงมีชื่อเรียกกันว่า หมู่เกาะสิมิลัน หรือเกาะเก้า ประกอบไปด้วยเกาะใหญ่น้อย 9 เกาะด้วยกันufa เกาะทั้งเก้าเรียงตัวตามแนวทิศเหนือไปทิศใต้ ได้แก่ เกาะบอน เกาะบางู เกาะสิมิลัน เกาะปายู เกาะห้า เกาะเมียง เกาะปาหยัน เกาะปายัง และเกาะหูยง

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติของประเทศไทย ลำดับที่ 43 ในปี พ.ศ. 2525 มีขนาดพื้นที่ 128 ตารางกิโลเมตร (80,000 ไร่) และในปี 2541 ได้ผนวกพื้นที่บริเวณ “เกาะตาชัย” เพิ่มอีก 12 ตารางกิโลเมตร

เข้าเป็นอุทยานแห่งชาติครอบคลุมพื้นที่เกาะและห้วงน้ำทะเลรอบเกาะที่มีปะการังสมบูรณ์ ในท้องที่เกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา รวมเป็นเนื้อที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร (87,500 ไร่) พื้นที่เกาะซึ่งเป็นที่ดินมีประมาณ 26 ตารางกิโลเมตร (16,250 ไร่) ชายฝั่งทะเลในหมู่เกาะสิมิลัน

เป็นส่วนภาคตะวันออกของทะเลอันดามัน ในมหาสมุทรอินเดียที่มีการลดตัวลงของพื้นทะเล(SUBMERGENT SHORELINE) จึงมีการกัดเซาะพังทลายโดยมีน้ำทะเลเป็นตัวกระทำอย่างรุนแรงทำให้บริเวณเกาะทั้ง 9 เกาะ เกิดเป็นลักษณะภูมิประเทศที่แปลกตา มีรูปร่างต่างๆ อันเป็นผลจากขบวนการกัดเซาะ สำหรับหินที่พบในหมู่เกาะสิมิลัน ทั้ง 9 เกาะ เป็นหินอัคนีชนิด granite อายุของหินนี้อยู่ระหว่างยุค Tertiary – cretaceous ประมาณ 65 ล้านปีที่ผ่านมา

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2528 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการเพาะพันธุ์หอยแครง หอยนางรม และกุ้ง

ใช้งบประมาณจากโครงการกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร และกองทุนความช่วยเหลือเพื่อเพิ่มผลผลิตอาหารจากประเทศญี่ปุ่น เป็นเงินรวม 15 ล้านบาท

โดยแยกเป็นเงินยืมไม่เสียดอกเบี้ย จำนวน 11 ล้านบาท กำหนดชำระคืนใน 8 ปี ระยะปลอดหนี้ 3 ปี และเงินจ่ายขาดจำนวน 4 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง ในระยะแรกได้รับการตั้งชื่อเป็น “สถานีพัฒนาการเพาะเลี้ยงหอยจังหวัดพังงา”

ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิตสัตว์น้ำในปี พ.ศ. 2532 ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีประมงน้ำกร่อยจังหวัดพังงา” แล้วยกระดับเป็น “ศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา” และในปี พ.ศ. 2545 ufaได้เปลี่ยนชื่อเป็นปัจจุบันตามการปรับโครงสร้างในการปฏิรูประบบราชการของประเทศ

  ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ทดสอบงานวิจัยเพื่อเชื่อมโยงกับสถาบันวิจัยกุ้งทะเล สถาบันวิจัยอาหารสัตว์น้ำชายฝั่งและสถาบันวิจัยโรคสัตว์น้ำชายฝั่ง และใช้เทคโนโลยีเพื่อขยายผลในเชิงพาณิชย์

การจัดการระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเชิงอุตสาหกรรมแบบยั่งยืน และแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในด้านชีววิทยาและสมดุลของระบบนิเวศน์ กำหนดมาตรฐานการตรวจสอบผลผลิตจากการทำการประมงชายฝั่ง และตรวจรับรองกระบวนการผลิตสัตว์น้ำชายฝั่งให้ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

เช่น ตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบ (ตรวจยาปฏิชีวนะตกค้าง ตรวจวิเคราะห์การติดเชื้อไวรัสโดยวิธี  PCR) ตรวจสอบคุณภาพในแหล่งผลิตตามมาตรฐาน  GAP และ CoC ผลิตและขยายพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ พัฒนาการผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำ บริหารระบบชลประทานน้ำเค็มเพื่อการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล

ชุมชนบ้านโคกไคร

ชุมชนบ้านโคกไคร เป็นหมู่บ้านประมงริมฝั่งคลองมะรุ่ย วิถีประมงพื้นบ้านที่เรียบง่าย ภูมิปัญญาการเกษตรเพาะเลี้ยงริมฝั่งคลองกับอาหารทะเลสด ๆ ธรรมชาติป่าชายเลน ภูผาแปลกตาufabet


– ฟาร์ม(กระชัง/หลัก)หอยนางรม ปลาเก๋า เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเพาะเลี้ยงหอยนางรมและปลาเก๋า พร้อมทั้งชิมหอยนางรมสด
– เขาหมูกโครง ภูผาแปลกตา แหล่งพันธุ์ไม้นานาชนิดและกล้วยไม้หายาก ศึกษาเรียนรู้สมุนไพรป่าชายเลนและชมหน้าผาที่งดงาม
– หาดทรายร้อน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหาดน้ำร้อน ทรายร้อนและโคลนร้อน สำหรับนักท่องเที่ยวทำกิจกรรมสปาธรรมชาติ
– หาดตั้งเลน หรือเขาตั้งเลนเป็นหาดทรายขาวบริสุทธิ์ที่จะพบได้เฉพาะตอนน้ำลดท่านั้น เป็นพื้นที่ของฝูงปูมดแดงนับ หมื่น ๆ ตัว
– ดอนหอยตลับ นักท่องเที่ยวก็สามารถเก็บหรืองมหอยตลับได้ด้วยตัวเอง

น้ำตกโตนปริวรรต

น้ำตกโตนปริวรรต หรือชาวบ้านเรียกว่า น้ำตกสองแพรก ห่างจาก เป็นน้ำตก ไม่สูงนัก เบื้องล่างเป็นแอ่งน้ำที่ที่สามารถลงเล่นน้ำได้ ช่วงหน้าฝนน้ำจะไหลแรง ufabetและยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร


-ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่า(สัตว์ป่าสงวน)
-ปริมาณน้ำฝน(ฝนแปด แดดสี่)
-ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้

เกาะสิมิลัน

เกาะสิมิลัน เกาะแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงามทั้งบนบกและใต้น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลายชนิด ปลาหลากสีสันและหายาก เช่น กระเบนราหู ปลาวาฬ ปลาโลมา ปลาไหลมอนเร่ ปลาการ์ตูน

สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลายชนิด ปลาหลากสีสันและหายาก เช่น กระเบนราหู ปลาวาฬ ปลาโลมา ปลาไหลมอนเร่ ปลาการ์ตู

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

          ท่าเรือทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 70 กิโลเมตร ufaตามเส้นทางสายพังงา – ตะกั่วป่า และเป็นท่าเรือที่อยู่ใกล้อุทยานฯ ที่สุด ประมาณ 40 กิโลเมตร จากท่าเรือทับละมุใช้เวลาในการเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลันประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง มีเรือให้เช่าหลายขนาด สำหรับ 30 คน ราคาประมาณ 10,000 บาท และ 40 คน ราคาประมาณ 12,000 บาท

ถ้ำพุงช้าง

ถ้ำพุงช้าง ตั้งอยู่ใต้เขาช้าง ในบริเวณเดียวกับ“วัดประพาสประจิมเขต” หรือ วัด “ถ้ำพุงช้าง” หลังศาลากลางจังหวัด ถ.เพชรเกษม อ.เมือง จ.พังงา       

ปัจจุบันถ้ำพุงช้างเปิดให้เที่ยวชมภายในเพียงส่วนหนึ่ง โดยมีเอกชนมารับสัมปทานทำการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว  

ถ้ำพุงช้างที่เปิดให้เที่ยวชมมีความยาวประมาณ 1,200 เมตร ใช้เวลาเที่ยวภายในประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง สำหรับการเข้าไปเที่ยวชมภายในถ้ำพุงช้าง ก่อนเข้าถ้ำทางเจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ไปสักการะ “พ่อตาเขาช้าง” ที่ “ศาลพ่อตาเขาช้าง” ที่ประดิษฐานอยู่ใต้หินชะง่อนเขาใกล้กับปากทางเข้า

พ่อตาเขาช้างเป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธ์คู่เมืองพังงาที่มีคนรำช้างจำลองมาแก้บนกันเป็นจำนวนมาก วางเรียงรายเป็นแถวเป็นแนวอยู่ริมศาล เมื่อไหว้พ่อตาเขาช้างเสริมสร้างสิริมงคลกันแล้ว ก็ได้เวลาเข้าถ้ำมุดพุงช้าง ซึ่งความที่ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำน้ำลอดที่มีธารน้ำตื้นไหลเย็นฉ่ำอยู่ภายใน

ช่วงแรกของการเที่ยวถ้ำ เราจึงต้องนั่งเรือคายัคเข้าไประหว่างทางช่วงแรกถ้ำพุงช้างจะทักทายเราด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา ขณะที่บนเพดานถ้ำช่วงหนึ่งก็จะเต็มไปด้วยค้างคาวที่เกาะห้อยหัวลงมา

จากนั้นเราต้องลงคายัคเพื่อไปนั่งแพไม้ไผ่ต่อ(เนื่องจากเป็นพื้นที่แคบ ไม่สะดวกต่อการ(วาด)พายเรือคายัค) ufabetแล้วจึงเป็นการลงเดินเท้าลุยน้ำที่ถือเป็นการเที่ยวชมถ้ำอย่างเป็นทางการ หรับสายน้ำที่ไหลเย็นในนี้ตื้นประมาณตาตุ่มถึงครึ่งหน้าแข้ง ส่วนในช่วงที่ลงเดินอากาศภายในถ้ำก็ถ่ายเท

มีลมพัดเย็นสบายเนื่องจากเป็นถ้ำทะลุมีลมพัดผ่านตลอด นอกจากนี้ในลำธารน้ำก็ยังมีปลา มีเต่า(หากโชคดี)ให้ชมกัน ปลา เต่า บางส่วนพวกมันมาเองตามธรรมชาติจากสายน้ำที่พัดพามาและก็ออกไปเองตามธรรมชาติจากสายน้ำเช่นกัน ส่วนที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติก็คือที่นี่ยังมีคนบางคนนำสัตว์มาปล่อยอย่าง ปลาคาร์ป ปลาไหล ที่สัตว์พวกนี้สุ่มเสี่ยงต่อการตายมาก เพราะไม่ใช่ระบบนิเวศตามธรรมชาติของมัน

เกาะสุรินทร์ใต้

เกาะสุรินทร์ใต้ เป็นเกาะที่มี ชุมชนชาวเล ตั้งอยู่ชาวเลหรือมอแกนเป็นชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะของทะเลอันดามันตั้งแต่ประเทศอินเดีย เรื่อยไปจนถึงประเทศอินโดนีเซียชาวเลเป็นชนเผ่าที่มีวิถีการดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม หาเลี้ยงชีพโดยงมหอยแทงปลา

โดยใน ช่วงฤดูฝนมรสุมระหว่างเดือนพฤษภาคม พฤศจิกายนชาวเลจะอาศัยอยู่บนเรือที่เปรียบเสมือนบ้าน แต่พอถึงช่วงระหว่างเดือนธันวาคม -เมษายน ชาวเลจะเปลี่ยนที่มาอาศัยอยู่บนบกที่มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ชาวเลไม่มีภาษาเขียน บางคนพูดภาษายาวีและภาษาไทยได้บ้างการนับเวลาจะสังเกตจากดวงจันทร์ufa

บริเวณหมู่เกาะเหล่านี้เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการพัฒนาของแนวปะการัง คือ น้ำใส อุณหภูมิพอเหมาะ และมีการผสมผสานของน้ำที่ได้รับสารอาหารจากมวลน้ำเบื้องล่างที่ปะทะเกาะ ความอุดมสมบูรณ์ของแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นอาหารสำหรับปลาและสัตว์อื่นๆ

ศูนย์วัฒนธรรม จังหวัดกาญจนบุรี

ศูนย์วัฒนธรรม จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 14 ถนนสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ เป็นสถานที่ รวบรวม สงวน รักษา ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และจัดแสดงวัตถุทางวัฒนธรรม

ซึ่งเป็นหลักฐานที่มีความสำคัญต่อการศึกษาเกี่ยวกับภูมิปัญญา วิถีชีวิตในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เหตุการณ์สำคัญทางสงคราม และมีวัตถุที่ใช้ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ที่นี่นับเป็นแหล่งรวบรวมวัตถุโบราณและของเก่าที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนกาญจนบุรี ภายในศูนย์วัฒนธรรมแบ่งห้องจัดแสดงเป็นสองชั้น ชั้นล่างเป็นสถานที่ที่ใช้จัดแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องมือเครื่องใช้ในการจับปลา

ส่วนชั้นบนคือแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ผ่านห้องต่างๆ ที่มีทั้งห้องประวัติศาสตร์ ห้องศาสนาและประเพณีซึ่งมีหนังสือไทยโบราณและศิลปะวัตถุล้ำค่าufa เมื่อออกมาด้านนอก บริเวณด้านข้างจะพบกับหลุมขุดค้นทาง ประวัติศาสตร์สำหรับผู้สนใจศึกษาด้านโบราณคดี

เป็นศูนย์กลางในการอนุรักษ์และจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมเป็นแหล่งเรียนรู้ความเป็นอยู่และวิถีชีวิต ของจังหวัดกาญจนบุรี จัดแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ เครื่องมือในการจับปลา มีห้องประวัติศาสตร์ห้องศาสนาและประเพณี มีหนังสือไทยโบราณและศิลปวัตถุต่างๆ

วัดวังก์วิเวการาม

วัดวังก์วิเวการาม หรือที่มักเรียกกันโดยทั่วไปว่า “วัดหลวงพ่ออุตตมะ” นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอสังขละบุรีแล้ว ยังเป็นวัดที่ถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับคนพื้นถิ่น และเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี ทั้งชาวไทย และกะเหรี่ยง

โดยเฉพาะสำหรับชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่เปรียบหลวงพ่ออุตตมะเป็น “เทพเจ้าแห่งชาวมอญ” วัดวังก์วิเวการาม จึงเกิดจากพลังศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อ และเป็นวัดที่เคยเป็นที่จำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” วัดจึงเป็นเสมือนตัวแทนหลวงพ่อ และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวมอญ

ในการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของมอญ และจัดงานอื่นๆ เช่นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงานคล้ายวันเกิดของหลวงพ่ออุตตมะ มีงานกิจกรรมต่างๆ พิธีกรรมทางศาสนา งานแข่งขันชกมวยคาดเชือก การแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่นการรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และมีการแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมชาวไทยรามัญ

เริ่มก่อสร้าง พ.ศ. 2518 แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2529 สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ยาวประมาณ 900 เมตร เมื่อ พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์

ซึ่งเมื่อกักเก็บน้ำแล้ว น้ำในเขื่อนเขาแหลมจะท่วมตัวอำเภอเก่ารวมทั้งบริเวณหมู่บ้านชาวมอญทั้งหมด ทางวัดจึงได้ย้ายมาอยู่บนเนินเขาในที่ปัจจุบัน หลวงพ่ออุตตมะได้จัดสรรที่ดินของวัดวังก์วิเวการามให้ชาวบ้านครอบครัวละ 30 ตารางวา ปัจจุบันหมู่บ้านชาวมอญมีพื้นที่ราว 1,000 ไร่เศษ มีผู้อาศัยราว 1,000 หลังคาเรือน

ชาวบ้านเกือบทั้งหมดจัดเป็นผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าซึ่งไม่มีบัตรประชาชน หาเลี้ยงชีพโดยการปลูกพืชผักสวนครัวตามชายน้ำ ทำประมงชายฝั่ง คนหนุ่มสาวส่วนหนึ่งนิยมเป็นลูกจ้างในโรงงานเย็บเสื้อที่อยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้าน ส่วนบริเวณวัดหลวงพ่ออุตตมะเดิม ปัจจุบันพระอุโบสถหลังเก่าจมอยู่ใต้น้ำ และมีชื่อเสียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen Thailand ufaเป็นที่รู้จักในชื่อว่า วัดใต้น้ำ สังขละบุรี