เทคโนโลยี บลาสโตซิสท์คัลเจอร์ รักษาภาวะ มีบุตรยาก !!

บลาสโตซิสท์คัลเจอร์ (Blastocyst Culture)

สำหรับสามีภรรยาที่ต้องการสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์ทั้งพ่อ แม่ ลูก อาจจะต้องการมีเจ้าตัวน้อยมาสร้างสีสันให้กับชีวิต พร้อมทั้งสร้างอนาคตให้กับครอบครัวต่อไป แต่กับบางคู่อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอาจประสบปัญหาภาวะมีบุตรยาก อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยให้ปัญหาภาวะมีบุตรยากสามารถแก้ไขได้ ด้วย บลาสโตซิสท์คัลเจอร์ (Blastocyst Culture)

บลาสโตซิสท์คัลเจอร์

การทำเทคโนโลยีบลาสโตซิสท์คัลเจอร์ เหมาะกับใครบ้าง

  • คู่สมรสที่ฝ่ายหญิงมีปัญหาเรื่องท่อนำไข่ เช่น ท่อนำไข่ตีบ/ตัน  ใช้การไม่ได้ หรือกรณีคนที่ทำหมันมาแล้วต้องการมีบุตร
  • คู่สมรสที่ฝ่ายชายที่มีปัญหาเรื่องเชื้ออสุจิ
  • คู่สมรสที่พยายามมีบุตรด้วยวิธีธรรมชาติเกิน 1 ปี แต่ยังคงไม่สามารถมีบุตรได้ โดยไม่ทราบสาเหตุ

การรักษาภาวะมีบุตรยาก ด้วยเทคโนโลยีบลาสโตซิสท์คัลเจอร์ (Blastocyst Culture)

นพ.มรว. ทองทิศ ทองใหญ่ แพทย์ผู้ชำนาญการสูตินรีแพทย์และรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ให้ข้อมูลว่า เทคโนโลยีบลาสโตซิสท์คัลเจอร์ (Blastocyst Culture) คือการทำการปฏิสนธิของไข่และอสุจิภายนอกร่างกายแล้วเลี้ยงตัวอ่อนต่อไปจนถึงระยะ Blastocyst แล้วจึงนำกลับใส่คืนสู่โพรงมดลูกเพื่อให้ไปฝังตัวและเกิดเป็นทารกต่อไป การเลี้ยงตัวอ่อนภายนอกร่างกายจนถึงระยะ Blastocyst นั้นต้องใช้ระยะเวลา 5 วัน และจะต้องใช้น้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนตามความต้องการสารอาหารของตัวอ่อนแต่ละระยะ

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาสภาวะแวดล้อมในการเลี้ยงตัวอ่อนไว้ภายนอกร่างกายได้นานขึ้น (5-6วัน) จนกระทั่งตัวอ่อนเจริญเติบโตไปถึงระยะ Blastocyst ซึ่งเป็นตัวอ่อนที่มีการพัฒนาไปถึงขั้นสูงที่สุดก่อนที่จะฝังตัวเกิดเป็นเด็ก และเป็นระยะที่อยู่ในโพรงมดลูกตามธรรมชาติ เมื่อใส่ตัวอ่อนกลับคืนสู่โพรงมดลูก ตัวอ่อนจึงสามารถฝังตัวได้ทันที จึงทำให้อัตราการตั้งครรภ์ของวิธีการนี้สูงกว่าการใส่ตัวอ่อนในระยะอื่น ๆ ทั้งหมด

ทั้งนี้คู่สมรสควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์เบื้องต้น เพื่อรับทราบถึงข้อจำกัด รวมถึงการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ก่อนเริ่มกระบวนการรักษา โดยฝ่ายหญิงจะต้องมีการตรวจประเมินร่างกายเบื้องต้น เพื่อเช็กการทำงานของรังไข่ ท่อนำไข่ และตรวจเช็คสภาพของมดลูกและโพรงมดลูก ส่วนฝ่ายชายจะต้องมีการตรวจเช็คคุณภาพและการทำงานของอสุจิ ก่อนเริ่มกระบวนการการรักษาต่อไป

แหล่งที่มาข้อมูล  : https://www.interguardias.com/ช่วยรักษาภาวะ-มี…สโตซิสท์คัลเจอร์

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่ : https://www.despumationpress.com

Chatbot & Conversational Platform มารู้จักกับ เทคโนโลยีสู่อนาคต

Chatbot คืออะไร ? ยังไง ?

สั้นๆง่ายๆ Chatbotก็คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ชนิดนึง ที่มีไว้สื่อสารโดยการสนทนากับมนุษย์ เพื่อประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางนึง โดยที่เจ้า Chatbot เนี่ย ขอยกตัวอย่างแบบหลักๆ 2 แบบที่พบบ่อยนะครับ อันแรกคือแบบที่ถูกกำหนดด้วยกฎต่างๆ(Based on rules) กับแบบที่มีปัญญาประดิษฐ์ AI(Artificial Intelligence) คือใช้ Machine learning เข้ามาช่วย

ซึ่งแบบที่ใช้กฎ (Based on rules) นั้น ถ้าอยากให้เจ้า Chatbotของเราเก่งหน่อย อาจจะต้องสร้างกฎไว้ให้หลายๆข้อ เพื่อให้ครอบคลุมหลายๆเคสและตรงตามเป้าหมายที่เราต้องการให้ Chatbotเป็น เพราะ Chatbotแบบนี้จะสามารถโต้ตอบได้เฉพาะคำสั่งที่เราได้สร้างขึ้นไว้ตามกฎของเรา เกิดถ้าผู้ใช้ตอบกลับในบางคำสั่งที่เราไม่ได้เตรียมไว้ ตัว Chatbotเองก็อาจไม่เข้าใจว่าผู้ใช้ต้องการอะไร

ส่วนแบบที่ใช้ AI นั้นจะมีความยากในการทำมากกว่า เพราะอาจจะต้องมีการนำ Natural Language Processing (NLP) และ Natural Language Understanding (NLU) มาใช้ เพื่อช่วยให้ Chatbotของเราเข้าใจภาษามนุษย์ รูปประโยค ความหมายที่มนุษย์ต้องการสื่อได้ดีขึ้น ซึ่งตอนนี้ก็มีบริษัทใหญ่ๆ หลายๆเจ้า ที่ได้พัฒนาเทคโนโลยี NLP-NLU ไม่ว่าจะเป็น IBM, Microsoft, Google หรือแม้กระทั่ง Facebook

Chatbot
ภาพจาก https://www.cybermak.net/partners/kore-ai/

Chatbot ดีอย่างไร ?

อันนี้น่าสนใจมาก เพราะด้วยความที่ Chatbotนั้น มันสามารถประยุกต์ให้เข้ากับหลายๆ แพลตฟอร์ม หลายๆ ธุรกิจได้ มันจึงเปรียบเสมือนตัวช่วยที่ดีมากๆตัวนึง ที่จะคอยมาช่วยเราดูแลลูกค้าหรือผู้ใช้งานแพลตฟอร์มและธุรกิจของเรา อย่างเช่น

  • คอยตอบปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน
  • นำเสนอข่าวสาร โปรโมชั่น จากร้านค้าหรือสำนักข่าวต่างๆ
  • ช่วยในการปิดการขายสินค้า คอยแนะนำลูกค้า สร้างบิล และหน้าจ่ายเงิน
  • ให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ
  • ช่วยดูแลลูกค้า อย่างเช่นในธุรกิจการบิน สามารถดูไฟล์ เช็คอิน เที่ยวบินและอื่นๆได้
  • ช่วยปรับปรุงสินค้า เอ๊ะ ช่วยปรับปรุงยังไง คือมันมีบอทที่ช่วยคุยกับลูกค้าเพื่อหาฟีดแบ็กว่า เบียร์ที่ลูกค้าดื่มมีรสชาติดี ไม่ดี กลิ่นเป็นยังไง ราคาเป็นยังไง ซึ่งสามารถเก็บเอาข้อมูลส่วนนี้มาพัฒนารสชาติและราคาได้ทันที
  • ผู้ช่วยด้านการเงิน อย่างของ American Express ปล่อยเจ้า Amex Bot ที่คอยช่วยดูเรื่องของสิทธิประโยชน์ แจ้งการทำธุรกรรมหรือแม้แต่อัพเดทวงเงิน ทำให้ผู้ใช้บัตรเครดิตสะดวกขึ้นไปอีกขั้น

ที่มาและแหล่งข้อมูล :  https://www.interguardias.com/มารู้จักกับ-chat…ยีอำนวยความสะดวก

ติดตามสาระเพิ่มเติม : https://www.despumationpress.com

การออกกำลังกาย ที่ถูกต้องในช่วงโควิดระบาด

ศ.ดร.เจริญ กระบวนรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์การกีฬา ออกมาแนะนำ การออกกำลังกาย ที่ถูกต้อง เพื่อให้ปลอดโรค-ปลอดภัยจากโควิด

การออกกำลังกาย

หลังจากรัฐบาลได้มีการผ่อนปรนมาตรการในช่วงของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยให้มีการ เปิดสวนสาธารณะให้ประชาชนมาออกกำลังกายตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยได้กำหนดมาตรการในการควบคุมอย่างเคร่งครัด คือ การรักษาระยะห่าง และสวมหน้ากากอนามัยนั้น ศ.ดร.เจริญ กระบวนรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์การกีฬา “เอสซีจี แบดมินตัน อะคาเดมี่” กล่าวว่า ประชาชนควรมีวินัยในการออกกำลังกายด้วยการรักษาระยะห่าง ส่วนการสวมใส่หน้ากากอนามัยในขณะออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายขาดอากาศ มีอาการมึนศีรษะ หัวใจทำงานหนักขึ้น เพราะในขณะออกกำลังกายหัวใจทำงานหนักขึ้น 2-3 เท่า ขณะที่อัตราการไหลเวียนเลือดเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ 3-5 เท่า แล้วแต่ความแรงของการออกกำลังกาย

“ลองนึกดู แม้แต่เวลาใส่หน้ากากนั่งอยู่เฉยๆ เรายังรู้สึกอึดอัดหายใจไม่สะดวกเลย ดังนั้น พอไปออกแรงเยอะขึ้นก็ยิ่งจะทำให้การหายใจทำได้ลำบาก และการขาดอากาศอาจจะทำให้ช็อกถึงขั้นหมดสติได้ ซึ่งการจะออกกำลังกายให้ปลอดภัยในสวนสาธารณะ สิ่งสำคัญเราต้องมีวินัยในตัวเอง รักษาระยะห่างอย่างน้อย 3-5 เมตร หรือยิ่งห่างมากเท่าไรยิ่งดี แต่หากจำเป็นต้องใส่หน้ากากก็ควรจะปลดหน้ากากในบางช่วง หรือหากเป็นไปได้ เลือกเวลาการออกกำลังกายที่ปลอดคนจะดีที่สุด”

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการออกกำลังกายยังแนะนำเรื่องการออกกำลังกายที่ถูกต้องว่า ก่อนอื่นต้องเรียนรู้ความหมายและประเภทของการออกกำลังกายก่อน บางคนเข้าใจผิดคิดว่าการทำงานบ้าน หรือการทำอะไรให้เหนื่อยและเหงื่อออกคือการออกกำลังกาย

สำหรับการรักษาสุขภาพร่างกายที่ดี สิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญ คือ ต้องดูแลปอดและหัวใจให้แข็งแรง เพราะปอด เป็นอวัยวะสำคัญในการนำพลังงาน คือ ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย โดยมี “หัวใจ” ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดนำสารอาหารต่างๆ และออกซิเจนไปให้เซลล์ ซึ่งการออกกำลังกายเพื่อบริหารปอด หัวใจให้แข็งแรงคือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก

ศ.ดร.เจริญ ยังแนะนำอีกว่า การออกกำลังกายควรทำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เมื่อสุขภาพดีขึ้นจึงค่อยๆ ปรับเพิ่มเป็น 4-5 ครั้ง หรืออาจจะเป็น 6 วันต่อสัปดาห์ ส่วนระดับความหนักหรือความเหนื่อย ควรทำให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายตัวเอง เพราะการออกกำลังกายเป็นการเรียนรู้การปรับสภาพร่างกายของตนเอง ไม่ใช่การเลียนแบบหรือทำตามคนอื่น ขณะที่รูปแบบและวิธีการในการออกกำลังกายขึ้นอยู่กับความชอบ ความถนัดของแต่ละบุคคล แต่ไม่ควรออกกำลังกายซ้ำๆ ด้วยวิธีการเดิมๆ ซึ่งเปรียบได้กับการรับประทานอาหารซ้ำซากทุกวัน ก็จะทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารใหม่ๆ ไปสร้างเสริมสุขภาพร่างกาย ซึ่งในที่สุดสุขภาพร่างกายก็ไม่ได้รับการพัฒนา

ข้อมูลจาก : https://www.thairath.co.th/sport/others/1837873

ติดตามข่าวสารผ่านทางเราได้ที่นี่ : https://www.despumationpress.com

ONE@HOME workouts! กับ “ริกะ อิชิเกะ” เรียกเหงื่อช่วงกักตัว

ONE@HOME workouts!
ภาพจาก Rika “Tiny Doll” Ishige / ริกะ อิชิเกะ

ท่ามกลางวิกฤตของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์นี้ ทำให้ ริกะ ” Tiny Doll ” อิชิเกะ นักกีฬาศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น จากที่เคยเข้ายิมหรือฟิตเนสเป็นประจำ การต้องกักตัวอยู่บ้านเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับเธออย่างแน่นอน ทำให้ล่าสุด สาวจอมบู๊หน้าสวยลุกขึ้นมาอัดคลิปในแคมเปญ ONE@HOME workouts! ซะเลย
    โดยเมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน เพจ ONE Championship องค์กรต้นสังกัดของกำปั้นสาววัย 31 ปี ได้เผยแพร่คลิปการออกกำลังกายของริกะ ด้วยการใช้อุปกรณ์ที่หาได้ง่ายๆในบ้าน เช่น ผ้าเช็ดตัว หรือเบาะโยคะ ซึ่งเธอมาสาธิตท่าเบสิคอย่าง Towel Superman Rollout, Towel Banana และ Towel Plank To Pike จนล่าสุดมีคนดูไปแล้วกว่า 4 แสนครั้งเลยทีเดียว
    สำหรับ ONE คือหนึ่งในองค์กรกีฬาที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 แต่อย่างไรก็ดี ทาง ONE เองก็พร้อมจะกลับมาจัดการแข่งขันในภาวะปกติอีกครั้งทันที ถ้าสถานการณ์ของโรคระบาดดีขึ้น

สำหรับการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 เรียกว่าส่งผลกระทบอย่างมากต่อทุกคนและทุกวงการกันเลยทีเดียว รัฐบาลแต่ละประเทศมีมาตรการเพื่อป้องกัน ยับยั้ง การแพร่ระบาดของเจ้าไวรัสตัวนี้กันอย่างจริงจัง รวมถึงประเทศไทยที่ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกจากเคหสถานช่วงกลางคืนในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนบางจังหวัดก็ชิงประกาศล็อกดาวน์ก่อนหน้านี้ไปเรียบร้อย

ติดตามข่าวสาร กีฬาช่วงโควิดได้ที่ : https://www.despumationpress.com

 

Petsercise การออกกำลังกายร่วมกับสัตว์เลี้ยง ในช่วงกักตัว

Petsercise การออกกำลังกายร่วมกับสัตว์เลี้ยง

Petsercise มีวิดีโอออนไลน์ที่สามารถทำตามได้ โดยวิดีโอหลายชิ้น มีการปรึกษากันของสัตวแพทย์ และเทรนเนอร์ส่วตัวของคน ว่าเหมาะสมไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง  

VitusVet เป็นแอปที่สัตวแพทย์ สามารถใช้ติดต่อกับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ได้อย่างทันท่วงที มีประสิทธิภาพ ซึ่งพบว่าอยู่ที่คนเก็บตัวอยู่บ้าน ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 คนที่เลี้ยงสัตว์จะรู้สึกอบอุ่นใจ ไม่เหงา  

ซึ่ง VitusVet ได้ทำการสำรวจคนในอเมริกา จำนวนกว่า 1 พันคน พบว่าในช่วงที่มีการระบาด จำนวน 52% รู้สึกอุ่นใจ เป็นที่รักมากกว่าปกติ เพราะมีสัตว์เลี้ยง และเจ้าของสัตว์เลี้ยง 53% บอกว่ากิจกรรมที่ทำร่วมกับสัตว์เลี้ยงตอนกักตัวคือ การออกกำลังกายกับสัตว์เลี้ยง หรือ Petsercise คือการรวมคำระหว่าง Pet + Exercise (สัตว์ + การออกกำลังกาย)  

อาทิ Petsercise ของ ลูอิส สมิธ (Louis Smith) นักยิมนาสติกของอังกฤษ เจ้าเหรียญเงินโอลิมปิกปี 2012 ที่กรุงลอนดอน สอน การออกกำลังกาย ร่วมกับสุนัข ที่เหมาะกับเจ้าของสุนัข ที่ไม่มีเวลาพาสุนัขไปเดินออกกำลังกาย และส่งผลให้สุนัขเป็นโรคอ้วน  

นอกจากนี้มีการทำโพลล์สำรวจของ Argos เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ยอดนิยมของอังกฤษ  พบว่าการออกกำลังกายที่บ้านร่วมกับสัตว์เลี้ยง เป็นการออกกำลังกายที่มาแรงอย่างมาก โดย 65% เลือกสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคู่หูอันดับ 1 ในการออกกำลังกาย และอีก 51% สัตว์เลี้ยงเป็นแรงจูงใจที่ดีมากให้ออกกำลังกาย

รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/O6dx-gPkQ-M

ขอบคุณที่มาของแหล่งข้อมูล : https://ch3thailandnews.bectero.com/news/185910

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากเราได้ที่ : https://www.despumationpress.com

กิจกรรมทำความสะอาดบ้าน เท่ากับ ออกกำลังกาย กิจกรรมดีๆในช่วงกักตัว

จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน กิจกรรมทำความสะอาดบ้าน จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ถือได้ว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว

สถาบันตรวจสอบรับรองคุณภาพสินค้า และอาหารเพื่อผู้บริโภค Good Housekeeping ค้นพบว่า ทุกคนนั้นสามารถมีหุ่นดีได้เพียงแค่ทำงานบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการปัดฝุ่น ถูพื้น หรือการขัดห้องน้ำ ล้วนเป็นวิธีเผาผลาญแคลอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องออกจากบ้าน

นอกจากนี้ นักค้นคว้ายังได้ติดอุปกรณ์ fitbit flex 2 ไว้ที่ตัวอาสาสมัคร เพื่อติดตามดูระดับการใช้พลังงาน และได้มอบหมายให้ทำงานบ้านปกติทั่วๆ ไป อย่างเช่น การดูดฝุ่น ขัดห้องน้ำ ถูพื้น เช็ดกระจก และปัดฝุ่น ซึ่งพบว่าในเวลา 2 ชม. อาสาสมัครสามารถเผาผลาญพลังงานได้โดยเฉลี่ยคือ 602 แคลอรี่  

จากนั้น ได้มีการแยกคำนวณแคลอรี่ที่เผาผลาญได้โดยเฉลี่ยในระยะเวลา 20-40 นาที เพื่อหาว่ากิจกรรมใดเผาผลาญพลังงานได้ดีที่สุด ซึ่งจากการคำนวณกิจกรรมทั้ง 5 กิจกรรม พบว่าการเช็ดกระจก 20 นาที เผาผลาญได้เฉลี่ย 115 แคลอรี่ การถูกพื้น 20 นาที เผาผลาญได้เฉลี่ย 107 แคลอรี่ การขัดห้องน้ำ 20 นาที เผาผลาญได้เฉลี่ย 100 แคลอรี่ การดูดฝุ่น 20 นาที เผาผลาญได้เฉลี่ย 86 แคลอรี่ ส่วนการปัดฝุ่น ซึ่งใช้เวลานานที่สุด 40 นาที สามารถเผาผลาญพลังงานได้ 194 แคลอรี่  

แม้ว่าการทำงานบ้านจะเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับใครหลายๆ คน แต่งานวิจัยชิ้นนี้ แสดงให้เห็นว่า การทำงานบ้านนั้นไม่ได้มีประโยชน์แค่ทำให้บ้านสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีประโยชน์แฝงคือการที่เรานั้นได้ออกกำลังกายด้วย ดังนั้น ใครที่รู้สึกเบื่อเวลาที่ต้องทำงานบ้าน ก็ให้คิดเสียว่า เรานั้นกำลังออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของเราอยู่ 

ต่อเนื่องจากประเด็นนี้ เคยมีการทำสำรวจโดย University of Cambridge พบว่า สามีหรือแฟนที่อยู่บ้านเดียวกัน แล้วช่วยงานภรรยาหรือแฟน ฝ่ายชายนั้นจะมีความสุขเพิ่มขึ้น โดยได้ทำการศึกษาผู้ชายและผู้หญิง จำนวน 30,000 คน ในประเทศสวีเดน, นอร์เวย์, เดนมาร์ก, เนเธอร์แลนด์, เยอรมนี, ฝรั่งเศส และ อังกฤษ พบว่าฝ่ายชายที่ช่วยฝ่ายหญิงทำงานบ้าน จะทำให้ตัวฝ่ายชายนั้นมีความสุขเพิ่มขึ้น  

กิจกรรมทำความสะอาดบ้าน

ยิ่งไปกว่านี้ สิ่งที่น่าแปลกใจจากการศึกษา คือการที่แฟนหนุ่มหรือสามีช่วยงานบ้าน ไม่ได้ทำให้ฝ่ายหญิงมีความสุขเพิ่มขึ้น การที่ฝ่ายชายช่วยงานบ้านและทำให้ตัวเองมีความสุขเพิ่มขึ้นนั้น เป็นเพราะผู้ชายสมัยนี้ให้ความสำคัญกับการเท่าเทียมของฝ่ายหญิงและฝ่ายชายมากกว่าแต่ก่อน  

ดังนั้น การที่ฝ่ายชายได้ช่วยทำงานบ้าน ทำให้ตัวเองรู้สึกดีว่า ได้ช่วยแบ่งเบาภาระของฝ่ายหญิง นอกจากนี้ยังพบว่า ในคู่ชีวิตที่ฝ่ายชายทีส่วนร่วมใน กิจกรรมทำความสะอาดบ้าน จะลดการทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว 

แหล่งที่มาข้อมูล : https://ch3thailandnews.bectero.com/news/184809

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.despumationpress.com