ดอกไม้ มงคลในเทศกาลปีใหม่ของชาวจีน

ก่อนเทศกาลปีใหม่บ้านเรือนของชาวจีนจะประดับประดา ดอกไม้ และแผ่นป้ายอักษรมงคลบนกระดาษสีแดง ดอกไม้ที่เบ่งบาน หมายถึง การเกิดใหม่ การเริ่มต้นชีวิต นอกจากนั้นดอกไม้ยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย และการเติบโตในด้านอาชีพการงาน เพราะฉะนั้นชาวจีนจึงมักนำต้นไม้ และดอกไม้ที่มีดอกผลมาประดับบ้าน เพื่อต้อนรับความโชคดี

ดอกไม้ มงคลในเทศกาลปีใหม่ของชาวจีนจะประดับประดา - สาระน่ารู้

ต้นไม้ที่มักนำมาประดับ อาทิเช่น ต้นพลัม หมายถึงความมานะ บากบั่น ไผ่มีความหมายถึงความยืดหยุ่นหรือความกลมเกลียว นอกจากนั้นก็มีต้นหลิว ดอกอาเซเลียที่มีหลากสี ดอกบัว และดอกจุ๋ยเซียง นอกจากนี้ ยังเป็นประเพณีปฏิบัติ ที่ชาวจีนจะใช้ส้มสำหรับนำไปเยี่ยมผู้หลักผู้ใหญ่ เนื่องจากมีความหมายถึงความสมบูรณ์พูนสุข เช่นเดียวกับในงานแต่งงาน มักนิยมใช้ส้มหรือตกแต่งด้วยกิ่งส้ม เพราะมีความหมายคือ ขอให้มีลูกหลานสืบสกุล

อ่านต่อ

บร็อกโคลี มีสารคล้ายยารักษาโรคอัลไซเมอร์

คนที่เป็นโรคความจำอักเสบ ชอบลืมโน่นลืมนี่ประจำ ควรหันมารับประทาน บร็อกโคลี ทุกวัน เพราะงานวิจัยของมหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่า..

มีผักและผลไม้ 5 ชนิด มีสารประกอบที่ทำหน้าที่เหมือนกับยาที่ใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ได้ คือ บร็อกโคลี มันฝรั่ง ส้ม แอปเปิ้ล และหัวไชเท้า โดยเฉพาะบร็อกโคลีมีสารดังกล่าวเยอะที่สุด ดังนั้นควรหันมารับประทานบร็อกโคลีแก้โรคความจำอักเสบกันเถอะ

บร็อกโคลี มีสารคล้ายยารักษาโรคอัลไซเมอร์ - สาระน่ารู้

อ่านต่อ

โหระพา บรรเทาโรคเข่าเสื่อม

คนโดยทั่วไปอาจรู้สรรพคุณของ โหระพา แค่เรื่องช่วยย่อยอาหาร แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง หรือนำมาเป็นน้ำมันหอมระเหย แต่ถ้าเปิดตำราหนังสือแพทย์จะพบว่า โหระพามีสรรพคุณมากกว่านั้นคือ สามารถรักษาโรคเข่าเสื่อมได้

โดยการนำโหระพาทั้งต้นไม่ต้องเด็ดรากทิ้ง กะพอประมาณใช้พอกเข่าได้มิด จากนั้นนำไปล้างให้สะอาด ตำพอละเอียดใส่เหล้าขาว 40 ดีกรีเล็กน้อยคนให้เข้ากัน ก่อนนำไปตั้งไฟแค่พอร้อน (ไม่ต้องถึงกับเดือด) ทิ้งไว้ให้อุ่น นำไปพอกเข่าประมาณ 10-15 นาที ทำวันละ 1-2 ครั้ง

ประโยชน์จาก โหระพา บรรเทาโรคเข่าเสื่อม !! - สาระน่ารู้

อ่านต่อ

โพสต์อิทโน้ต (POST-IT NOTES) ปิ๊งจากความผิดพลาด

กระดาษ โน้ต แผ่นเล็กพร้อมแถบกาวอย่างอ่อน มีคุณสมบัติแปะที่ไหนติดที่นั่น เมื่อดึงกระดาษออกไม่เหลือร่องรอยของกาวติดอยู่ ณ ที่นั้น เป็นนวัตกรรมโดนใจชาวชนสำนักงานทั่วโลก มีการใช้แพร่หลายตามเอกสาร จอคอมพิวเตอร์ ประตู หน้าต่าง ตู้เย็น เขียนโน้ตบนกระดาษแปะทิ้งไว้เตือนความจำ โพสต์อิทโน้ตเป็นสินค้าของ 3M ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและผู้ผลิตออกจำหน่าย

นายสเปนเซอร์ ซิลเวอร์ (Spencer Silver) เป็นหนึ่งในทีมนักวิจัยของบริษัท 3M ในปี ค.ศ. 1968 เขาได้รับมอบหมายให้พัฒนากาวให้มีประสิทธิภาพสูง ติดได้แน่น ทนทาน ถาวร แต่ผลของการพัฒนา เขากลับได้กาวออกมาที่ตรงกันข้ามกับเป้าหมาย โดยสิ้นเชิง คือเป็นกาวอย่างอ่อน ติดง่าย ลอกได้ไม่ทิ้งร่องรอย

โพสต์อิท โน้ต (POST-IT NOTES) ปิ๊งจากความผิดพลาด

ต่อมาในปี ค.ศ. 1974 นายอาร์เธอร์ ฟราย (Arthur Fry) นักวิจัยอีกคนนำกาวนี้มาใช้ติดกระดาษไว้คั่นคัมภีร์ไบเบิล ในหน้าสวดมนต์ที่เขาต้องการเวลาไปโบสถ์ ก็เพราะคุณสมบัติติดง่าย ลอกได้ไม่ทิ้งร่องรอยนี้เอง 3M จึงนำไปพัฒนาออกมาเป็นกระดาษโน้ตสีเหลือง ที่มีแถบกาวชนิดนี้ออกจำหน่าย โดยให้ชื่อว่า “โพสต์อิทโน้ต” (Post-it Notes) ปรากฎว่าเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่คนทำงานในสำนักงาน กระดาษโน้ตสีเหลืองจึงพัฒนาเป็นหลายสี หลายขนาด หลายรูปเล่มเอาใจผู้ใช้ทั่วโลก

อ่านต่อ

มา (แปรง) นวดฟันกันเถอะ

นวดฟันกันเถอะ

สงสัยต้องเรียกอย่างนั้นจริงๆ เพราะโฆษกของโรงเรียนทันตแพทย์ที่แคลิฟอร์เนียสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาบอกว่า คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเราต้องแปรงฟันแรงๆ จะได้สะอาด ไม่มีอะไรติดฟัน จะกดจะกระแทกแรงซึ่งเป็นสาเหตุให้คอฟันสึก และสารเคลือบฟันกร่อนลงได้ บรรดาคุณหมอฟันทั้งหลายจึง อยากขอแนะนำว่าให้เบามือในการแปรงฟันลงหน่อย จับแปรงด้วยหัวแม่โป้งและนิ้วชี้ แล้วก็คิดว่า “กำลังนวดฟัน” แทนคิดว่า “กำลังแปรงฟัน” แล้วคุณจะเบาแรงลงได้

มา (แปรง) นวดฟันกันเถอะ

อ่านต่อ

แข็งแรงได้… เริ่มต้นง่ายๆ จาก 1 ก้าวเดิน

บางครั้ง การเดิน ออกกำลังกายก็ไม่ใช่สักแต่ว่าเดินๆ เพราะหนึ่ง ก้าว ของคุณมีความหมายมาก เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะก้าวออกไปแบบไหนให้ร่างกายแข็งแรง แต่เรามีเคล็ดลับมาบอก

1. เริ่มจากหารองเท้าที่ใส่สบาย เดินนานๆ แล้วไม่เจ็บ เวลาซื้อก็อาจจะซื้อรองเท้าสำหรับวิ่ง แล้วหาสถานที่กว้างๆ อย่าง สวนสาธารณะ หรือพื้นที่ในหมู่บ้าน

2. เดินได้เลย ทุกๆ 30 วินาทีให้เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับความเร็วที่คุณคิดว่าพอสำหรับการเดินเร็ว

3. เมื่อคุณเดินเร็วจนถึงจุดสูงสุด คอยรักษาระดับนี้ไปเรื่อยประมาณ 30 นาที แต่ต้องมั่นใจว่าเดินไม่ใช่การวิ่งจนเหนื่อยหอบ แต่ในครั้งแรกๆ คุณอาจใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ได้ แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาให้นานขึ้นทุกๆ สัปดาห์ และจะสังเกตุได้ว่าร่างกายคุณจะแข็งแรงมากขึ้น

4. นึกไว้อยู่เสมอว่าคุณเดินอย่างไร ต้องรู้ว่าตัวเองเดินอย่างถูกต้องหรือยัง เพราะถ้าไม่คุณจะเจ็บข้อเท้าได้และปวดเมื่อยได้ วิธีเดินให้ถูกต้องคือ ให้ส้นเท้าแตะพื้นก่อนแล้วค่อยๆ วางฝ่าเท้า และนิ้วเท้าหลังสุด เดินต่อไปด้วยฝ่าเท้าทั้งหมด

ก้าว

อ่านต่อ

ประเภท วงดนตรีไทย

ประเภทของวงดนตรีไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

  1. วงเครื่องสาย
  2. วงปี่พาทย์
  3. วงมโหรี

วงเครื่องสาย มีลักษณะเด่นชัด คือใช้เครื่องดนตรีมีสาย อันมีเครื่องดีด และเครื่องสี เป็นประธานของวง พระเอกในวงได้แก่ ซอด้วง แบ่งออกเป็นเคร่องสายวงเล็ก เครื่องสายเครื่องคู่ เครื่องสายผสม เครื่องใหญ่หรือวงใหญ่

วงปี่พาทย์ ประกอบด้วยเครื่องตี เครื่องเป่า เครื่องกำกับจังหวะ แบ่งเป็นปี่พาทย์ไม้แข็ง ปี่พาทย์ไม้นวม แบ่งตามลักษณะไม้ที่ใช้ตี
– ปี่พาทย์ไม้แข็ง ไม้ตีก็จะแข็งมาก ตีดังแน่นและไกล
– ปี่พาทย์ไม้นวม ไม้ตีจะหุ้มผ้า ให้อ่อนนุ่ม ตีดังเสียงนุ่มๆ ทุ้มๆ ดังไม่ไกลนัก มักเป็นของผู้ชายเล่น

มโหรี ดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดีดสีตีเป่าเข้ารวมกันหมด แต่รู้สึกว่าจะขนาดเล็กกว่าพวกเครื่องสายและปี่พาทย์ แรกๆผู้ชายเล่น ต่อมาในสมัยอยุธยาใช้ผู้หญิงเล่น และเล่นเรื่อยมา พอขึ้นชื่อว่ามโหรี เรามักรู้ได้ทันทีว่าเป็นของผู้หญิงเล่น

ประเภท วงดนตรีไทย มีอะไรบ้าง แบ่งออกเป็นกี่ประเภท ?

อ่านต่อ

ลักษณะของเบญจกัลยาณี

ลักษณะของ เบญจกัลยาณี อธิบายตามความคิดเห็นของท่านผู้รู้แต่โบราณว่า

ผมงาม หมายถึง เรือนผมเป็นเงางามดุจกับหางนกยูง
ทรงผมสตรีแต่ก่อนคงจะนิยมดัดปลายงอน ท่านจึงพรรณาว่า เมื่อปล่อยย้อยยาวถึงชายผ้านุ่ง แล้วกลับมีปลายงอนขึ้นตั้งอยู่ สมัยนี้เห็ยจะกำหนดตามนี้ไม่สำเร็จ จะให้ดำเป็นเงางามหรืองอนขึ้นหรุบลงทำไม่ยาก ถึงไม่มีผมจะงามเลย ก็หาผมปลอมใส่ได้งามทันใจในพริบตา

เนื้องาม หมายถึง ริมฝีปากงาม เช่นกับผลตำลึง
คงหมายความว่ามีสีแดงดุจผลตำลึงสุก สาวยุคนี้อย่าว่าแต่สีผลตำลึงสุกเลย จะให้เป็นสีผลอะไรก็ได้ สีทาปากทำไว้พร้อมเสร็จ สีมะละกอ สีลิ้นจี่ หรือสีทับทิมออกคล้ำ ออกม่วง ออกเหลือง มีให้เลือกตามใจชอบ

กระดูกงาม หมายถึง มีฟันขาวเรียบดุจสังข์ที่ขัดดีแล้ว
ฝรั่งไม่เคยเห็นสังข์และไม่รู้ค่า จึงเปลี่ยนให้เป็นไข่มุกแทนฟันเป็นอย่างเดียวที่ขัดสีปานใด ก็ไม่อาจขาวเงางามเรียบได้ถ้าสุขภาพฟันไม่มีเป็นปฐม ยาเคลือบฟันให้ขาวพอใช้ได้ชั่วครั้งชั่วคราว

ผิวงาม คือละเอียดอ่อน
สีผิวไม่สำคัญ ผิวดำก็สวยได้ ถ้าเกลี้ยงเกลามีเลือดฝาดสมบูรณ์

วัยงาม หมายถึง เนื้อหนังเต่งตึงอยู่จนแก่
ตำนานเรื่องนางวิสาขา ผู้สร้างปุพพรามปราสาทถวายเป็นวัดครั้งพุทธกาลชมนางวิสาขาว่าวัยงามนักหนา นางมีบุตรชาย 10 บุตรหญิง 10 บุตรชายหญิงมีบุตรชายหญิงอีกคนละ 10 ตลอดชีวิตของนางมีบุตรหลายถึง 8,420 คน นางวิสาขาไปที่ใด บุตรหลานห้อมล้อมไปเป็นหมู่ ผู้คนดูไม่ออกว่าคนไหนคือนางวิสาขา เพราะเห็นเป็นหนุ่มเป็นสาวเสมอเหมือนกันหมด นางวิสาขามีอายุยืนถึง 120 ปี และเป็นลูกสาวเศรษฐี ได้กินอิ่ม นอนหลับเต็มที่ ประกอบกับใจบุญด้วย จึงงามทั้งกายใจ

ความงาม 5 ประการนั้น ต้องการรากฐานจากธรรมชาติ งาม 4 ประการแรก ทำให้เกิดความงามประการสุดท้าย จะให้งามนอกต้องทำให้งามในได้ก่อน

เครื่องสำอางโปะปะไว้เสริมสวยได้ชั่วครู่ชั่วยาม สู้กินให้สวยไม่ได้ ประจวบกับอาหารหลักของคนไทย ก็มี 5 หมู่ ตรงตัวเลขกันเลยจำได้ง่ายว่า กินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อความเป็นเบญจกัลยาณี

เบญจกัลยาณี

อ่านต่อ

พระอริยบุคคล

พระอริยบุคคล หมายถึง บุคคลผู้ประเสริฐ ทางพุทธศาสนาถือว่าความเป็นพระอริยบุคคลนั้น กำหนดได้ด้วยการละสังโยชน์ (กิเลสที่ผูกมัดสัตว์) ไว้ในภพ ใครละได้น้อยก็เป็นอริยบุคคลชั้นต่ำ เมื่อละได้มากก็เป็นพระอริยบุคคลชั้นสูงขึ้น ใครละได้หมดก็เป็นพระอรหันต์ สังโยชน์มี 10 อย่าง เทียบตามส่วนที่พระอริยบุคคล ละได้เป็นลำดับดังนี้

1. พระโสดาบัน ละสิ่งดังต่อไปนี้
สักกายทิฏฐิ – ความเห็นว่าร่างกายเป็นของตน
วิจิกิจฉา – ความสงสัยว่าพระวัตนตรัยดีจริงหรือ
ศีลพตปรามาส – การเชื่อพิธีกรรมทางไสยศาสตร์
เมื่อบรรลุเป็นพระโสดาบัน ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกไม่เกิน 7 ชาติ แล้วจะบรรลุนิพพาน คือพระอรหันต์

2. พระสกทาคามี ละขั้นพระโสดาบัน แต่จิตคลายจากราคะ โทสะ และโมหะมากขึ้น เมื่อบรรลุเป็นพระสกทาคามี จะเกิดอีกครั้งเดียว

3. พระอนาคามี ละขั้นพระโสดาบัน พระสกทาคามี และรวมอีก 2 คือ
กามราคะ – ความติดใจในกามารมณ์
ปฏิฆะ – ความขัดเคืองใจ
เมื่อบรรลุเป็นพระอนาคามี จะเลิกครองเรือน ประพฤติพรหมจรรย์ ตายแล้วจะไปเกิดในพรหมโลก

4. พระอรหันต์ ละขั้นพระโสดาบัน พระสกทาคา พระอนาคามี และรวมอีก 5 คือ
รูปราคะ – ความติดใจในรูป เช่นชอบของสวยงาม
อรูปราคะ – ติดใจในของไม่มีรูป เช่นความสรรเสริญ
มานะ – ความยึดถือว่าตัวเป็นนั่นเป็นนี่ เช่นติดในสมณศักดิ์
อุทธัจจะ – ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ไม่สงบใจ
อวิชชา – ความไม่รู้อริยสัจสี่
เมื่อบรรลุเป็นพระอรหันต์ หากสิ้นชีวิตแล้วจะไม่เกิดอีก

อ่านต่อ

นายกอีสปอร์ต แจงสรุป ห้ามสตรีมเกม2ชั่วโมง-แบน FPS คือเฟกนิวส์

หลังจากมีกระแสออกมาอย่างหนักเรื่องร่างกฎหมายเกี่ยวกับเกม ซึ่งจะห้ามเหล่าสตรีมเมอร์ สตรีมเกมเกิน 2 ชั่วโมง รวมถึงจะมีการแบนเกมแนว ยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งหรือ First-Person Shooter (FPS) ก่อนจะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง สตรีมเมอร์ชื่อดัง เข้าร่วมประชุมในเรื่องนี้

นายกอีสปอร์ต แจงสรุป ห้ามสตรีมเกม2ชั่วโมง-แบน FPS คือเฟกนิวส์

ล่าสุด นายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ต เผยกับข่าวสดว่า หลังจากที่ได้เข้าประชุมกรรมาธิการ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้ง กรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีความคิดที่จะแบน และตนเองก็อยู่ในห้องประชุมนี้มา 2 ปี ไม่เคยเห็นมีใครยกเรื่องนี้มาพูดถึง ก็สรุปกันได้ว่าเรื่องนี้เป็น เฟกนิวส์ และถูกปัดตกไปเรียบร้อย

“เมื่อสรุปกันได้แล้วว่ามันเป็นเฟกนิวส์ ก็ไม่รู้จะพูดกันต่อทำไม สรุปแล้วคือจะไม่มีการแบน FPS สามารถจัดแข่งขันได้เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้ พรบ.เรตติ้งเกม ของกระทรวงวัฒนธรรม อย่างไรก็ตามวันนี้ พรบ.เรตติ้งเกม ยังไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากคณะกรรมการที่ร่างพรบ.ชุดนั้นยังร่างไม่เสร็จ”

“ส่วนเรื่องห้ามสตรีมเกม 2 ชั่วโมง ยิ่งห้ามไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง หรือต่อให้มันไม่ใช่เฟกนิวส์ กฎหมายนี้ก็จะทำให้กระทบทั้งประเทศ เพราะทุกวันนี้เราใช้เครื่องมือบนออนไลน์ ทำมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายสินค้า ในวงการสื่อ ในหน่วยงานต่างๆ ฯลฯ หรือจะบอกว่าสตรีมอย่างอื่นได้ แต่สตรีมเล่นเกมไม่ได้ แล้วอะไรจะเป็นตัวชี้วัด ทำไมห้ามแต่เกม พอเราขอเหตุผลเท่านั้น ก็เลยชัดเจนว่า การสตรีมเกม คืออาชีพ ไปปิดกั้นไม่ได้ ซึ่งทางคณะกรรมการก็รับทราบว่า อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้คนไทยหลายล้านคน มีความกระตือรือร้นที่จะไปทำงานด้านนี้”

“อีกเรื่องคือไม่ว่าจะเป็นสตรีมเกมส์ หรือขายของ ทุกอย่างเสียภาษี เพราะการจะซื้ออะไรมาก็มี VAT มาแล้ว หรือถ้ามีสปอนเซอร์มา สปอนเซอร์ก็หัก ณ ที่จ่าย ปลายปีถ้ารายได้เข้าเกณฑ์ ก็ต้องเสียภาษีอีก แล้วมันจะผิดตรงไหน ทุกอย่างนี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ข่าวลือทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถูกปัดตกไปหมดเลย และจะไม่มีการหยิบเอามาพูดถึงอีกแล้ว”

อ่านต่อ