สัตว์

เคยสงสัยไหมว่า ทำไม หิ่งห้อย จึงมีแสงสว่างในตัวเอง !!

ทำไม หิ่งห้อย จึงมีแสงสว่างในตัวเอง

ในทางวิทยาศาสตร์ได้อธิบายที่มาของแสงดังกล่าวไว้ว่า เกิดจากสารลูซิเฟอรริน (Luciferin) ไปรวมกับออกซิเจนในอากาศ โดยมีสารอีกตัวหนึ่งคือ ลูซิเฟอเรส (Luciferase) เป็นตัวเร่งปฏิกริยาเคมี ซึ่งสารสองตัวนี้ได้มาจาก หิ่งห้อย โดยตรง

เคยสงสัยไหมว่า ทำไม หิ่งห้อย จึงมีแสงสว่างในตัวเอง !!

แสงที่เกิดจากหิ่งห้อยเป็นแสงที่ปราศจากความร้อน และปริมาณแสงสว่างที่เกิดขึ้นก็นับว่าน้อยมาก เพียงหนึ่งในพันของแสงจากแสงเทียนไขธรรมดา

แสงของหิ่งห้อยจะขึ้นอยู่กับจังหวะหายใจ (หายใจเข้าแสงจะติด และหายใจออกแสงจะดับ) หิ่งห้อยจะใช้แสงของมันในการล่อเพศตรงข้าม และบางครั้งก็ใช้ล่อเหยื่อ

อ่านต่อ

ทำไม แมลง สามารถเดินบนฝาผนังและเพดานได้

แมลง เหล่านี้จะใช้เล็บที่ปลายขายึดพื้นผิวส่วนเล็กที่ขรุขระ และยื่นออกมาเท่านั้นก็สามารถไต่ไปได้ ส่วนแมลงชนิดอื่นๆ ซึ่งสามารถเกาะพื้นผิวเรียบได้ ด้วยการใช้ส่วนที่ยึดแน่น ซึ่งเรียกว่า อุ้งเนื้อระหว่างเล็บของแมลง ซึ่งมันจะอยู่ในรูปของหมอนที่ปกคลุมไปด้วยขนหรือเครื่องดูด ซึ่งอยู่ที่เท้าของแมลง ขนนั้นจะมีปลายที่นุ่มและแบน เมื่อกดลงกับผิวที่ราบเรียบ ปลายที่แบนก็จะติดสนิทแนบกับพื้นผิว จนทำให้เกิดการยึดติดหรือ “เกาะติด” ขึ้น ดังนั้นอาศัยการใช้เล็บและอุ้งมือระหว่างเล็บ แมลงหลายชนิดจึงสามารถคลานไปตามฝาผนังและเพดานได้

ทำไม แมลง สามารถเดินบนฝาผนังและเพดานได้ !? - สาระน่ารู้

อ่านต่อ

หอยในอ่างปลามีประโยชน์กว่าที่คิด

หอยในอ่างปลา นั้นอาจติดมาจากสาหร่าย หรือต้นไม้น้ำที่คุณนำมาประดับประดาในอ่างปลา จริงๆ แล้วเราไม่จำเป็นจะต้องกำจัดหอยเหล่านั้นเลย เนื่องจากว่า.. หอยจะช่วยในการทำความสะอาดที่อยู่ของปลาได้เป็นอย่างดี โดยจะคอย กินเศษอาหาร ขี้ปลา และสิ่งสกปรกอื่นๆ ทำให้อ่างปลาหรือตู้ปลาของคุณ สะอาดและไม่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ

รู้หรือไม่ หอยในอ่างปลา มีประโยชน์กว่าที่คุณคิด - สาระน่ารู้

นอกจากนั้นหากริมตู้กระจกมีตะไคร่น้ำเกาะ หอยก็จะคอยดูดตะไคร่น้ำเหล่านั้น ทำให้ตู้ปลาสะอาดตายิ่งขึ้นทีเดียว หอยที่เหมาะแก่การเลี้ยงในตู้ปลาควรจะเป็นหอยตัวเล็กๆ อย่างเช่น หอยพื้นบ้านของไทย หรือหอยแรมชอร์น เพื่อที่จะได้ไม่มาแย่งออกซิเจนจากปลา

อ่านต่อ

จระเข้ สัตว์ที่ไม่สามารถแลบลิ้นของมันออกมาได้

จระเข้มีลิ้นที่ไม่สามารถกระดกหรือแลบออกมาได้ เนื่องจาก ลิ้นของจระเข้ จะติดแน่นอยู่บนพื้นในช่องปาก เหยื่อของมันจะถูกบดให้แหลกด้วยลิ้นขนาดใหญ่ โดยการใช้ลิ้นดันเหยื่ออัดแน่นกับเพดานของอุ้งปาก นอกจากนี้แล้วจระเข้ยังกลืนก้อนกรวดหรือก้อนหินเข้าไปในกระเพาะเพื่อช่วยในการบดอาหารด้วย

จระเข้เป็นสัตว์ที่ไม่สามารถแลบ ลิ้นของจระเข้ ออกมาได้ !!

จระเข้ ถือเป็นสัตว์ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร เนื่องจากเป็นสัตว์ผู้ล่ากินเนื้อขนาดใหญ่ ที่ไม่มีศัตรูตามธรรมชาติ ยกเว้นจระเข้ในวัยอ่อน ที่ตกเป็นอาหารของสัตว์ขนาดใหญ่กว่าชนิดต่าง ๆ ได้ จระเข้ตัวโตเต็มวัยจะมีพฤติกรรมกินอาหารแบบหมุนตัว  เมื่อจับเหยื่อที่มีขนาดใหญ่ขณะอยู่ใต้น้ำและต้องการกินเหยื่อจะใช้ปากงับไว้และหมุนตัวเองเพื่อฉีกเนื้อเหยื่อออกเป็นชิ้น

อ่านต่อ

นกกระจอกเทศ จะฝังหัวของมันลงในทรายเมื่อถูกคุกคาม

นกกระจอกเทศ ไม่ได้ฝังหัวของมันลงในทราย เพราะมันจะหายใจไม่ได้ แต่พวกมันใช้หัวสร้าง
หลุมไว้เพื่อกกไข่ต่างหาก

นกกระจอกเทศ จะฝังหัวของมันลงในทรายเมื่อถูกคุกคาม
  • นกกระจอกเทศ เป็นนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด แต่ทว่า หัวของมันมีขนาดเล็กกว่าตัวมาก
  • มันเป็นนกที่บินไม่ได้ แต่ทว่ามันเป็นสัตว์ 2 ขาที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วถึง 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง และวิ่งได้นานถึง 30นาที เลยทีเดียว!!
  • จริงๆ แล้ว นกกระจอกเทศ ไม่ได้ฝังหัวของมันลงในทรายเมื่อมันโดนคุกคาม ซึ่งบ่อยครั้งมันจะใช้หัวขุดหลุมเพื่อวางไข่ของมัน เลยทำให้ดูเหมือนกับว่า หัวของนกกระจอกเทศ จมอยู่ในทรายจริงๆ
  • นกกระจอกเทศตัวผู้ มักจะมีตัวเมียหลายตัว (เมียหลวง เมียน้อย ตามลำดับ)
  • นกกระจอกเทศตัวเมียหลวง จะใช้เวลาวางไข่ 6 ฟอง ใน2อาทิตย์ จากนั้นก็จะให้นกเมียน้อยตัวอื่นมาวางไข่เพิ่มเข้าไป
  • เมื่อนกตัวเมียทุกตัววางไข่เสร็จ ตัวเมียหลวง ก็จะไล่ให้ตัวเมียน้อยไปทำหน้าที่กกไข่ให้แทน ซึ่งมันก็จะเดินอยู่แถๆ ละแวกนั้น
  • ส่วนใหญ่ตัวเมียจะกกไข่ในตอนกลางวัน ส่วนตัวผู้จะรับหน้าที่ในตอนกลางคืน

อ่านต่อ