สุขภาพ

หวัดร้อน หวัดเย็น แตกต่างกันอย่างไร!! คุณเคยรู้หรือไม่ – สาระน่ารู้

หวัดร้อน หวัดเย็น แตกต่างกันอย่างไร!!

แพทย์จีนแผนโบราณคิดว่า ในร่างกายมนุษย์ต้องมีสมดุลของ หยิน – หยาง ร้อน – เย็น ถ้าเสียสมดุลไปก็จะเกิดโรค กรณีของโรคหวัดแพทย์จีนจะมีทั้งหวัดร้อน และหวัดเย็น แยกตามอาการดังนี้

  • ถ้ามีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล มีไข้ต่ำๆ เสมหะสีเหลืองข้น ปวดหัว ปัสสาวะมีสีเข้มกว่าปกติ หงุดหงิด ไม่สบาย ครั่วเนื้อครั่นตัว แสดงว่าเป็น “หวัดเย็น”
  • ถ้าเป็นหวัดแล้วมีอาการหนาวสะท้าน ซึม อ่อนเพลีย มือเท้าเย็น น้ำมูกใส เสมหะใส ปัสสาวะมาก แสดงว่าเป็น “หวัดร้อน”

ลักษณะของอุจจาระก็บอกได้ เช่นกันว่า เรามีอาการร้อนหรือเย็นมากเกินไป

  • ถ้าอุจจาระเป็นก้อนแข็ง สีเข้ม กลิ่นเหม็นผิดปกติ แสดงว่ามีอาการร้อน
  • ถ้าอุจจาระเหลว ท้องร้วง แสดงว่ามีอาการเย็น

เมื่อร่างกายป่วยจากการเสียสมดุล ร้อน-เย็น ตามหลักแพทย์แผนจีนจึง ปรับสมดุลคืนมาด้วยการรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์ตรงกันข้าม ส่วนวิธีดูว่าอาหารใดมีฤทธิ์ใด ให้สังเกตจากรสชาติ

  • ถ้ากินผลไม้หรืออาหารชนิดใดมากๆแล้วรู้สึกคอแห้ง เจ็บคอ ก็แสดงว่ามี ฤทธิ์ร้อน
  • ถ้ากินผลไม้หรืออาหารชนิดใดแล้วชุ่มคอ กินมากๆท้องอืดแน่นหน้าอก ก็แสดงว่าเป็นอาหาร ฤทธิ์เย็น

อาหารฤทธิ์เย็น ได้แก่ มะระ ฟักเขียว บวบ ไช้เท้า ผักกาดขาว หน่อไม้ ดอกไม้จีน รากบัว ผักบุ้ง มะเขือเทศ ขึ้นฉ่าย เห็ดหูหนู เห็ดฟาง ถั่วเขียว ทับทิม เก๊กฮวย ส้ม บัวบก ส้มโอ แตงโม สับปะรด อ้อย มะขาม มะละกอ สาลี่ แห้ว แอ๊ปเปิ้ล มังคุด หอย ปลาไหล

อาหารฤทธิ์ปานกลาง ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด เม็ดบัว น้ำผึ้ง

อาหารฤทธิ์ร้อน ได้แก่ ข้าวเหนียว หอม กระเทียม พริก พริกไทย ขิง ข่า กะเพรา โหระพา ตะไคร้ เงาะ ลำไย ลิ้นจี่ ทุเรียน ขนุน

หวัดร้อน หวัดเย็น แตกต่างกันอย่างไร!! คุณเคยรู้หรือไม่ - สาระน่ารู้

อ่านต่อ

อันตรายของคนผอม

อันตรายของคนผอม เรื่องใกล้ตัวที่คุณอาจลืมคิด !! 
ดร. มิเชล พี. วาร์เรน แห่งศูนย์การแพทย์นิกายโปรเตสแตนต์ – โคลัมเบีย มลรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ศึกษาพบว่าการโหมออกกำลังกายมากเกินไป และกินอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย (ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่พบในหมู่ผู้หญิงที่ต้องการลดความอ้วน) อาจทำให้กระดูกผุกร่อน เปราะบาง และแตกหักง่าย เนื่องจากร่างกายขาดสารอาหาร หรือเสียพลังงานอย่างมากไปกับกิจกรรมดังกล่าว ฮอร์โมนเลปติน (leptin) ที่ทำให้อยากอาหารจะถูกสร้างมากขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะมีอาหารเข้าไปทดแทน แต่คนที่ทู่ซี้ไม่ยอมกินอะไรเข้าไปเลย ร่างกายก็จะแก้ปัญหาโดยลดกิจกรรมต่างๆของอวัยวะลง รวมถึงกระบวนการสร้างกระดูก บ่อยครั้งเข้ากระดูกจึงไม่สมบูรณ์และเปราะบางนั่นเอง

อันตรายของคนผอม เรื่องใกล้ตัวที่คุณอาจลืมคิด !! - สาระน่ารู้

ความหิวที่เกิดจากฮอร์โมนเลปตินจึงเป็นตัวส่งสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังต้องการสารอาหารและพลังงาน ให้เราเติมอาหารเข้าไปโดยเร็วเพื่อให้ร่างกายทำงานเป็นปรกติ แต่ถ้าแน่ใจว่ากินอาหารครบสามมื้อ ไม่ฝืนธรรมชาติของร่างกายเสียอย่างก็ไม่ต้องกังวลค่ะ

อ่านต่อ

การทานฟาสต์ฟู้ด บ่อยเกินไป อาจทำให้คะแนนสอบต่ำลง

การทานอาหารฟาสต์ฟู้ด มากเกินไปไม่เพียงแค่ทำให้น้ำหนักตัวมากเกินไปเสียแล้ว แต่ยังทำให้ผลคะแนนสอบต่ำลงด้วย จากงานวิจัยของคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยแวนเดอบิลท์ ที่รัฐเทนเนสซี ที่ทำการศึกษากับนักเรียนชั้นประถมศึกษาจำนวน 5,500 คน โดยการติดตามพฤติกรรมการกินของเด็กนักเรียน อายุ 10-11 ขวบ แล้วเปรียบเทียบกับผลการทดสอบวิชาการอ่าน และวิชาคณิตศาสตร์

ในภาพรวมเด็กนักเรียนจะทำคะแนนในการทดสอบได้ระหว่าง 58-181 คะแนน ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 141.5 คะแนน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับจำนวนครั้งที่ทานฟาสต์ฟู้ด พบว่า นักเรียนเกินกว่าครึ่งที่ทานฟาสต์ฟู้ดมากกว่า 3 ครั้งใน 1 สัปดาห์ก่อนสอบได้คะแนนสอบต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ดังนี้

คนที่ทาน 4-6 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำคะแนนสอบได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 7 คะแนน, คนที่ทาน 1 ครั้งต่อวัน ทำคะแนนสอบได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16 คะแนน และคนที่ทาน 3 ครั้งต่อวัน ทำคะแนนสอบต่ำลงถึง 19 คะแนน จากงานวิจัยครั้งนี้จึงสรุปได้ว่า การทานฟาสต์ฟู้ดที่บ่อยมากขึ้นนั้น มีความสัมพันธ์กับการที่คะแนนสอบต่ำลง

แม้ว่างานวิจัยนี้จะไม่ได้วิจัยถึงผลกระทบต่อสมองโดยตรง เพียงแต่วัดจากคะแนนทำสอบ และความบ่อยในการทานฟาสต์ฟู้ดเท่านั้น แต่เพื่อความไม่ประมาท ควรทานอาหารที่มีคุณค่าในแต่ละวันให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ เพื่อประโยชน์ สูงสุดต่อระบบการทำงานของร่างกาย

การทานอาหารฟาสต์ฟู้ด บ่อยเกินไป อาจทำให้คะแนนสอบต่ำลง

อ่านต่อ

4 ข้อควรปฏิบัติก่อน การเลือกซื้ออาหารนอกบ้าน

ชีวิตในเมืองที่รีบเร่ง ทำให้ต้องพึ่งพาร้านจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปนอกบ้านมากขึ้น และเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการบริโภค มีข้อแนะนำ 4 ข้อ ที่ควรปฏิบัติก่อน การเลือกซื้ออาหารนอกบ้าน  ดังนี้

1. อ่านฉลากก่อนซื้อ
ดูคุณค่าของสารอาหารในฉลากโภชนาการ ชื่ออาหาร ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต วันเดือนปีที่หมดอายุ และต้องมีเครื่องหมาย อย. ซึ่งแสดงว่าอาหารนั้นผ่านการตรวจสอบคุณภาพ และได้รับมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

2. สังเกตลักษณะของภาชนะบรรจุ
ต้องอยู่ในลักษณะที่ดีและสะอาด เช่น เครื่องดื่มอยู่ในภาชนะที่ปิดสนิท กระป๋องอยู่ในสภาพดี ไม่บุบ ไม่บวม

3. สังเกตลักษณะของอาหาร
สี กลิ่น และรส ต้องไม่มีความผิดปกติจากธรรมชาติ หรือเปลี่ยนแปลงจากลักษณะเดิม เช่น กลิ่นหืนหรือเหม็นเปรี้ยว หรือสีสันฉูดฉาด ควรเลือกซื้ออาหารที่ใช้สีจากธรรมชาติ หรือไม่มีส่วนผสมของสีเลย

4. สังเกตความสะอาด
ขั้นตอนการเตรียมอาหาร สถานที่เตรียมอาหาร การล้าง การปรุง และความสะอาดของผู้ขาย

4 ข้อควรปฏิบัติก่อน การเลือกซื้ออาหารนอกบ้าน !! - สาระน่ารู้

ก่อนการทานอาหารทุกมื้อ ฝากไว้สักนิดว่า อย่าลืม! ล้างมือก่อนทาน และใช้ช้อนกลางตักแบ่งอาหารด้วยหล่ะ

อ่านต่อ

หมดปัญหากลิ่นปาก ด้วยน้ำยาดับกลิ่นปาก จากธรรมชาติ

ปัญหากลิ่นปาก เหมือนจะเป็นเรื่องเล็ก แต่ทำให้เสียบุคลิกภาพ และแสดงถึงปัญหาสุขภาพในช่องปากอีกด้วย การแก้ไขด้วยการใช้น้ำยาบ้วนปากบางชนิด ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เกินมาตรฐาน (เข้มข้นมากกว่า 26%) ยังเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดมะเร็งบริเวณศรีษะ และลำคอ

การดับกลิ่นปากด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ขอแนะนำ 2 สูตรน้ำยาดับกลิ่นปาก จากธรรมชาติ ดังนี้

หมด ปัญหากลิ่นปาก ด้วยน้ำยาดับกลิ่นปาก จากธรรมชาติ !!

1.ขิง และมะนาว
ใช้น้ำขิงสด 1 ช้อนชา, น้ำมะนาว 1 ช้อนชา และน้ำอุ่น 1 แก้ว ผสมให้เข้ากัน ใช้กลั้วปากวันละ 1 ครั้ง หลังแปรงฟันในตอนเช้า

หมด ปัญหากลิ่นปาก ด้วยน้ำยาดับกลิ่นปาก จากธรรมชาติ !!

2.ใบฝรั่ง

ล้างใบฝรั่งให้สะอาด นำมาหรือตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำเกลือ 0.9%(หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป) แช่ไว้ 10-15 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำ เก็บไว้ใช้บ้วนปาก

แม้จะมีส่วนผสมที่หาได้ง่าย และทำเองไม่ยาก แต่การแก้ที่ต้นตอของปัญหาที่แท้จริง คือ การดูแลสุขภาพของตนเองให้ดี ด้วยการทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จึงจะเป็นการช่วยให้สุขภาพดีจากภายในอย่างแท้จริง

อ่านต่อ

3 ท่า เช็คอาการ กระดูกทับเส้นประสาท

กระดูกทับเส้นประสาท นั้นมักมีอาการปวดร้าวตามเส้นประสาทที่ถูกกดทับ รู้สึกปวดหลัง ขา หรือแขน แตกต่างกันไปในแต่ละราย ขึ้นอยู่กับว่ากระดูกทับเส้นประสาทเส้นไหน

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ รักษาด้วยการนอนพัก กินยา กายภาพบำบัด ผู้ป่วยส่วนน้อย รักษาด้วยการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทออกไป หากได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ สามารถหายกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เมื่อไม่แน่ใจว่าเป็นกระดูกทับเส้นประสาทหรือไม่ วิธีเช็คอาการเบื้องต้น มีดังนี้

3 ท่าง่ายๆ เช็คอาการ กระดูกทับเส้นประสาท !! - สาระน่ารู้

1. นอนหงาย
2. ยกขาข้างหนึ่งขึ้น โดยให้หัวเข่าเหยียดตรง ทำมุมตั้งฉากกับพื้น ถ้ามีอาการกระดูกทับเส้นประสาทจะรู้สึกปวดตึงขา
3. เมื่อกระดกปลายเท้ามาด้านหน้าจะรู้สึกปวดมากขึ้น

นอกจากนี้ อาจมีอาการปวดชาตามขาข้างใดข้างหนึ่ง และมีอาการขาอ่อนแรงร่วมด้วย ถ้าสังเกตพบความผิดปกติเบื้องต้น ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยด่วน

อ่านต่อ